การห้ามสูบบุหรี่เพิ่มอัตราการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นจริงหรือไม่?

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2564 – การห้ามใช้ผลิตภัณฑ์สูบไอปรุงแต่งกลิ่นในซานฟรานซิสโกอาจทำให้นักเรียนมัธยมใช้บุหรี่ธรรมดามากขึ้นตามการศึกษาใหม่ ในปี 2018 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเมืองได้อนุมัติมาตรการลงคะแนนที่ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบปรุงแต่งกลิ่นอย่างท่วมท้น การวิเคราะห์ข้อมูลปี 2554-2562 เกี่ยวกับนักเรียนมัธยมปลายที่อายุน้อยกว่า 18 ปี

พบว่าก่อนที่จะมีการใช้คำสั่งห้ามอัตราการสูบบุหรี่ 30 วันที่ผ่านมาในซานฟรานซิสโกและเขตโรงเรียนเปรียบเทียบมีความใกล้เคียงกันและลดลง แต่หลังจากดำเนินการห้ามใช้รสชาติอย่างสมบูรณ์ในปี 2019 อัตราการสูบบุหรี่ของนักเรียนมัธยมปลายในซานฟรานซิสโกเพิ่มขึ้นในขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ในเขตเปรียบเทียบยังคงลดลง ในความเป็นจริงความเป็นไปได้ที่นักเรียนมัธยมปลายในเขตการศึกษาของซานฟรานซิสโกจะสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเขตที่ไม่มีการห้ามดังกล่าวแม้ว่านักวิจัยจะปรับเปลี่ยนข้อมูลประชากรและนโยบายยาสูบอื่น ๆ ตามการศึกษาของ Yale School of Public Health อุปกรณ์สูบไอเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่เยาวชนสหรัฐฯตั้งแต่อย่างน้อยปี 2014 และคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ชอบผลิตภัณฑ์ระเหยที่ปรุงแต่งกลิ่นผู้เขียนการศึกษา Abigail Friedman ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านนโยบายสุขภาพกล่าว “ลองนึกถึงความชอบของเยาวชน: เด็กบางคนที่สูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์มากกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ติดไฟได้เนื่องจากรสชาติ” เธอกล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์ของเยล “สำหรับบุคคลเหล่านี้เช่นเดียวกับผู้ที่มีความชอบคล้าย ๆ กันการห้ามรสชาติอาจลบแรงจูงใจหลักของพวกเขาในการเลือกสูบบุหรี่และผลักดันให้บางคนกลับไปหาบุหรี่แบบเดิม” ฟรีดแมนอธิบาย การค้นพบเหล่านี้บ่งบอกถึงความจำเป็นในการระมัดระวังเธอกล่าว “แม้ว่าการสูบบุหรี่หรือการสูบไอนิโคตินจะไม่ปลอดภัย แต่หลักฐานจำนวนมากในปัจจุบันบ่งชี้ว่าได้รับอันตรายจากการสูบบุหรี่มากขึ้นซึ่งทำให้ผู้ใหญ่เสียชีวิตเกือบ 1 ใน 5 ต่อปีแม้ว่าจะมีเจตนาดี แต่ก็เป็นกฎหมายที่เพิ่มเยาวชน การสูบบุหรี่อาจเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชน “ฟรีดแมนกล่าว

พิสูจน์แล้ว ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ลดการติดเชื้อได้ถึง 83.3%

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในที่ประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ว่า การควบคุมโรคโควิด 19 ในปอดอักเสบต่าง ๆ ในต่างจังหวัด ระบบสาธารณสุขสามารถค้นหาผู้ติดเชื้อ และผู้สัมผัสได้อย่างรวดเร็ว และมีการบริหารจัดการได้ดี

ตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดเพชรบุรี สามารถสร้างโรงพยาบาลสนามได้อย่างรวดเร็ว มีการบริหารจัดการเตียงรับผู้ติดเชื้อ สำหรับเรื่องวัคซีน จะต้องฉีดเข็มแรกให้ครอบคลุม 70% ของประชากร ภายในเดือนตุลาคมนี้สำหรับการฉีดวัคซีนที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้ มีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 22% และได้รับเข็มแรกแล้ว 45% ของประชากรในจังหวัดภูเก็ต

จากการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวค ต่อโอกาสการติดเชื้อโควิด 19 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ครบระยะเวลากักตัว 14 วัน ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 1,366 ราย พบว่า กลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคอย่างน้อย 1 เข็ม จะมีประสิทธิผลในการลดโอกาสการติดเชื้อ 73.1% ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ลดโอกาสการติดเชื้อ 83.3%

จีนบริจาควัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ให้ศรีลังกา

โดยล่าสุด จีนได้บริจาควัคซีนต้านโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” ให้ศรีลังกามากถึง 1.1 ล้านโดส ทำให้รัฐบาลศรีลังกาสามารถเดินหน้าการฉีดวัคซีนต่อได้ โดยรัฐบาลศรีลังกาจะเดินหน้าซื้อวัคซีนจากจีนเพิ่ม รวมถึงวัคซีน “สปุตนิก วี” ของรัสเซียด้วยไม่เพียงแค่การให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีน ที่ผ่านมาจีนยังได้บริจาคสิ่งของที่จำเป็นให้กับศรีลังกา ไม่ว่าจะเป็นชุดป้องกันการติดเชื้อ PPE หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาจำนวนมาก จนทำให้หลายคนเรียกปรากฎการณ์นี้ว่าเป็น “การทูตหน้ากาก” ของจีน หรือ “Face Mask Diplomacy”

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าศรีลังกาเป็นประเทศที่ประชาชนให้ความร่วมมือกับการฉีดวัคซีนเป็นอย่างดีทุกครั้งที่เกิดโรคระบาดขึ้น การกระจายวัคซีนในครั้งนี้จึงไม่ยากนัก และผู้คนก็ไม่ลังเลใจที่จะรับวัคซีนเท่ากับหลายๆ ประเทศในภูมิภาค และแม้ว่าจะมีข้อกัลขาอยู่บ้างสำหรับคุณภาพและประสิทธิภาพของวัคซีนจากจีนและรัสเซีย แต่ด้วยการระบาดของโรคที่รุนแรงขึ้นและมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากขึ้น ประชาชนจึงตัดสินใจไปต่อคิวเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องนอกจากนั้น รัฐบาลจีนยังได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับศรีลังกาเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจช่วงโรคระบาด แม้จะดูเป็นผลดีต่อประเทศและประชาชน หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าการให้ความช่วยเหลือที่ว่านี้มีแต่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับอิทธิพลจีนในภูมิภาคมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศรีลังกา เนปาล ปากีสถาน และบังกลาเทศ

กลุ่มประเทศดังกล่าวมีความสำคัญกับจีนอย่างมากในแง่ของเศรษฐกิจ เพราะนี่คือพื้นที่ที่รัฐบาลจีนต้องการพัฒนาโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ หรือ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ให้เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งระดับโลกระหว่างเอเชียและยุโรป โดยจนถึงขณะนี้ จีนทุ่มงบประมาณ “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในศรีลังกาแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึกว่า “กำลังถูกขายชาติให้กับจีน” และพวกเขาไม่พอใจมากขึ้นไปอีก เมื่อท่าเรือแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างโดยบริษัทสัญชาติจีนและกองทุน Hambantota ของจีน แต่ศรีลังกาไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ สุดท้ายท่าเรือแห่งนี้จึงถูกส่งมอบให้ทางการจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่นโยบายการสร้างเมืองใหม่ด้วยทุนจีนทางชายฝั่งโคลอมโบก็ยังดำเนินต่อไป

นี่คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “String of Pearl” หรือ “สร้อยไข่มุก” ของจีนที่มีจุดประสงค์ในการปิดล้อมคู่แข่งใหญ่อย่างอินเดียด้วยการดำเนินนโยบาย “การทูต” กับประเทศเพื่อนบ้านของอินเดีย และหวังผลในการขยายแสงยานุภาพทางการค้าและการทหารผ่านท่าเรือน้ำลึกอย่างไรก็ตาม ด้วยระดับของวิกฤตที่ “อินเดีย” กำลังเผชิญ นับเป็นการยากที่อินเดียจะลุกขึ้นมาต่อกร และนั่นกำลังเปิดโอกาสให้ “จีน” ขยายอำนาจและอิทธิพลต่อไป ขณะที่ศรีลังกาก็จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์และวัคซีนจากจีนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ทางเลือกอื่นดูเหมือนจะไม่มีความเป็นไปได้แม้แต่น้อย

พล.ต.ท.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 เปิดโครงการดำเนินงาน “ชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด

เป็นอีกงานใหญ่ที่ผลักดันให้เกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ของ พล.ต.ท.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 เปิดโครงการดำเนินงาน “ชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน แสดงพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ทั้งการป้องกัน แก้ไขและการบำบัด ฟื้นฟู โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนมีการจัดตั้งคณะทำงานชุดปฏิบัติการเข้าดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 236 หมู่บ้าน หรือชุมชน สถานีตำรวจภูธรละ 1 (หมู่บ้าน/ชุมชน) เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไปให้ทุกสถานีแต่งตั้งชุดปฏิบัติการบูรณาการปฏิบัติงาน ใน 1 ชุดปฏิบัติการประกอบด้วย ตำรวจ ปกครอง สาธารณสุข ศึกษาธิการ แรงงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่

มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ มอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ครอบคลุม ชัดเจนทุกด้าน เข้าพื้นที่ประจำการในหมู่บ้านและชุมชน เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากชุมชนจัดตั้งคณะกรรมการประจำหมู่บ้าน คณะกรรมการประจำคุ้ม เป็นชุดทำงานและให้ความร่วมมือพร้อมสนับสนุนการทำงานของชุดปฏิบัติการ มีการจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองบุคคล ครัวเรือน ทำการกลั่นกรองและรับรองบุคคลและครัวเรือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

มุ่งเน้นที่จะค้นหาผู้เสพ เอกซเรย์ 100 เปอร์เซ็นต์ การดำเนินการกับทั้งผู้เสพและผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือเพื่อให้ชุมชนได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการบำบัดตามหลัก CBTX และชุมชนบำบัดติดตาม ช่วยเหลือ เยี่ยมบ้าน สร้างกฎชุมชน ฟื้นฟูสังคม ดำรงความเข้มแข็ง เฝ้าระวังและติดตาม

ที่สำคัญมีการประเมินผลพื้นที่

หลังเสร็จสิ้นโครงการดำเนินการส่งมอบพื้นที่ประกาศเป็นชุมชนเข้มแข็ง เพื่อความภาคภูมิใจของสังคม ชุมชน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในหมู่บ้านชุมชนของตนเองมี พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 รับผิดชอบโครงการร่วมกับผู้การ 8 จังหวัดอีสานใต้ ในการขับเคลื่อนโครงการบูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ทำให้เกิด “1 สภ.1 ชุมชนเข้มแข็ง”ผบช.ภ.3 ขยับเอาจริง ดึงเอาชุมชน หน่วยราชการ มาจับมือทำงานร่วมกันเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดแบบยั่งยืน.

รมว.ดิจิทัลฯ นักเครื่อนไหวในต่างแดน คนผิดต้องกลับมาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 11:30 น. ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( ดีอีเอส ) กล่าวถึง การป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อช่วยกันตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในเรื่องของข่าวกรองทั้งหมด ในช่วงเดือน เม.ย. จนถึง พ.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวเท็จออกมาค่อนข้างเยอะ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง (Verify) ทั้งหมดจำนวน 683 เรื่อง

ได้รับการตรวจสอบแล้ว 348 เรื่อง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบแล้ว 160 เรื่อง แบ่งเป็น ข่าวปลอม 121 เรื่อง ข่าวจริง 15 เรื่อง บิดเบือน 24 เรื่อง นอกจากนี้ ได้ดำเนินการปิดกั้นข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ โดยยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปิดกั้น จำนวน 16 คำร้อง 349 URLs ศาลมีคำสั่งให้ระงับแล้ว 4 คำร้อง และเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จำนวน 12 เรื่อง 256 URLs อีกทั้ง ได้ดำเนินการแจ้งเตือนแพลตฟอร์มให้ปิดกั้นข้อมูลตามคำสั่งศาล 35 คำสั่ง

ชัยวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า อีกหนึ่งประเด็นหลักที่ตอนนี้ กำลังหารือ และ ถกเถียงกันอยู่ คือ เรื่องของแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ เพราะ ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายไทยกับทางบริษัทเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ได้ เพราะ บริษัทแพลตฟอร์มเหล่านี้ อยู่ที่ต่างประเทศ การใช้ข้อกฎหมายไทยกับทางแพลตฟอร์มเหล่านี้ จึงยังเป็นปัญหาอยู่เหลือเพียงแพลตฟอร์ม เหล่านี้ ที่กำลังพยายาม หาทางให้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนการนำตัวนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่อยู่ต่างประเทศ มารับโทษที่ไทย มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ชัยวุฒิกล่าวว่า ถ้าเป็นคนไทยในต่างแดน และมีความผิดในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ทางกระทรวงดีอีเอสจะใช้ทุกช่องทาง ประสานงานกับต่างประเทศ ทำงานให้เต็มที่เพื่อนำตัวคนผิดกลับมารับโทษ ที่ดำเนินการไม่ใช่เพราะความเกลียดแต่อย่างใด แต่ลงโทษเพราะคนคนนั้นกระทำความผิด

เมื่อถามต่อว่า มีคำสั่งปิดกลุ่ม ย้ายประเทศ ในเฟซบุ๊ค เป็นคำสั่งของกระทรวงดิจิทัลหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ได้ปิดกั้นเรื่องนี้ คนไทยหลายคนก็รักความสวยงามในต่างประเทศ และทางรัฐบาลก็ไม่ได้ขัดข้องเรื่องของกลุ่มนี้ เพียงแต่การแชร์ข้อมูลภายในกลุ่ม ต้องอย่าเป็นข้อมูลเท็จ และอย่าจาบจ้วงสถาบัน การตั้งกลุ่มเฟซบุ๊คเพื่อแชร์ข้อมูลเป็นสิทธิของทุกคนตามหลักประชาธิปไตย สามารถทำได้แต่ต้องแชร์ในข้อมูลที่เป็นจริง

ล้างบางยาเสพติดสลัมเมืองริโอ เผยดับ 25 ศพ ตำรวจสังเวย 1

บราซิลปฏิบัติการระทึกหน่วยตำรวจรัฐริโอเดจาเนโรของบราซิล เผยว่าปฏิบัติการบุกสลัมแห่งหนึ่งในย่านชากาเรซีนยู นครริโอเดจาเนโร เพื่อปราบปรามยาเสพติดเมื่อวันพฤหัสบดี (6 พ.ค.) มีผู้เสียชีวิตไปถึง 25 คน หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจ 1 นาย แม้ศาลฎีกาบราซิลเคยมีคำสั่งห้ามตำรวจเปิดปฏิบัติการเช่นนี้ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยกเว้นในสถานการณ์คับขันจริงๆ

เหตุนี้ทำให้กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการวิจารณ์ปฏิบัติการนี้อย่างมาก ทั้งยังเป็นปฏิบัติการที่มีความสูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของรัฐริโอเดจาเนโรด้วยด้านโฆษกของหน่วยตำรวจ แถลงว่าจุดประสงค์ของปฏิบัติการนี้คือการห้ามไม่ให้ผู้ค้ายาเสพติดบังคับเยาวชนให้เข้าร่วมขบวนการ และมีตำรวจเข้าร่วมปฏิบัติการนี้ราว 200 นาย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากใช้เวลาสอบสวนหลายเดือน ไม่ใช่แค่นั้นปฏิบัติการนี้ยังนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย ยึดปืนได้ 20 กระบอก และอ้างว่าพบยาเสพติดปริมาณมาก

ส่วนผู้เสียชีวิต 24 คนจาก 25 คนนี้ โฆษกเผยว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดและอาชญากร ที่พยายามฆ่าตำรวจ และปฏิบัติการนี้ไม่ได้ละเมิดคำสั่งของศาล โดยอ้างว่ากระทรวงยุติธรรมและความมั่นคงสาธารณะของบราซิลแจ้งมาก่อนแล้วว่าถ้าจำเป็นต้องทำก็ทำได้อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมและความมั่นคงสาธารณะของบราซิล ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งระบุว่ากระทรวงทราบเรื่องนี้ภายหลังมีปฏิบัติการ และจะสอบสวนว่ามีการกระทำละเมิดกฎหมายระหว่างปฏิบัติการนี้หรือไม่

ด้านนายมาห์เซลู เฟรชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รัฐริโอเดจาเนโร โพสต์ประณามปฏบัติการนี้ผ่านทวิตเตอร์ว่าเป็นเรื่องที่บ้าๆ ที่จะต้องหยุดลงให้ได้ส่วนบริษัทเมโตรฮิว ที่ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินในนครริโอเดจาเนโร เผยว่า มีผู้โดยสาร 2 คนถูกยิงได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการนี้ด้วย

อิสราเอลทิ้งระเบิดใส่อาคารสำนักข่าวเอพี-อัลจาซีรา พนักงานอพยพหนีตาย

เมื่อ 15 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าว เอพี รายงานว่ากองทัพอิสราเอลปฎิบัติการโจมตีทางอากาศ ในฉนวนกาซา ของปาเลสไตน์เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้จาลา ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของสื่อมวลชน เช่นเอพี สำนักข่าวอัลจาซีรา และสื่อท้องถิ่นอื่นๆ ถูกทำลายเสียหายในพริบตาทั้งนี้มีรายงานว่าก่อนปฎิบัติการดังกล่าว ฝ่ายกองทัพอิสราเอลแจ้งเตือนผ่านทางโทรศัพท์ว่าจะโจมตีอาคารแห่งนี้ โดยให้เวลาอพยพผู้คนเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่สำนักข่าวมีการร้องขอเวลาเพิ่ม หวังจะขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากสำนักงานแต่ไม่เป็นผล กระทั้งเกิดเหตุระเบิดขึ้น

ภายหลังเหตุโจมตี สำนักข่าวอัลจาซีรา ประณามการกระทำในครั้งนี้ เพราะถือเป็นการสกัดกั้นการทำหน้าสื่อ และเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวด้วย

เตรียมแผน สั่งเตรียมรับมือขบวนการค้ามนุษย์หลังโควิด-19 หยุดระบาด

ขบวนการค้ามนุษย์นั้นถือเป็นสิ่งที่อันตรายและเป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถตกเป็นเหยือได้เช่นกัน และในการจะปราบปรามนั้นจะต้องมีความเข้มงวดและคุมเข้มอย่างแน่นอนเพื่อไม่ให้ใครได้ตกเป็นเหยืออีกและในการเตรียมรับมือหลังจากที่โควิด – 19 หยุดระบาดนั้นถือเป็นการวางแผนเพื่อนรับมือและเตรียมความพร้อมไว้รอ

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 2/2564 ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมคัดเลือกประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 4 คณะ ได้แก่ 1. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 2. คณะกรรมการประสาน กำกับ การดำเนินงานป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์  3. คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ 4. คณะกรรมการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จากนั้นจะมีการเสนอแต่งตั้งตามขั้นตอนและระเบียบเกี่ยวข้อง เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานต่อต้านการค้ามนุษย์ ทั้งระดับนโยบายและกำกับติดตามระดับปฏิบัติ

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังรับทราบการดำเนินการกรณีมอบหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ สรุปภาพรวมผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยประจำปี 2563 โดยประชาชนสามารถติดตามเรื่องได้ง่ายขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดทำสรุปภาพรวมในรูปแบบอีบุ๊กฉบับย่อ นำเสนอข้อมูลสำคัญ ใช้ภาษาและภาพช่วยให้อ่านและเข้าใจง่ายเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ให้กำลังใจทุกหน่วยงาน ซึ่งทำงานช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจมีความยากลำบากและต้องใช้ความระมัดระวัง แต่ขอให้ทำงานเต็มที่ เพื่อขจัดการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้น พร้อมให้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์การค้ามนุษย์ภายหลังโควิด-19 คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม กำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวการรับผลประโยชน์กับขบวนการนำพาและค้ามนุษย์โดยเด็ดขาด.

รวบ 2 หนุ่มลอบขนยาบ้า 2 ล้านเม็ด ค่าจ้าง 4 แสน

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 จับกุมตัว นายสมเกียรติ กระแสงแก้ว อายุ 43 ปี ชาว อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (คนขับ) และ นายอรรพล เขี่ยวชะอุ่ม อายุ 34 ปี ชาว อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ขณะซุกซ่อนยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด มาในรถยนต์อเนกประสงค์สีดำ ทะเบียน ษน 2025 กทม. ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. หมู่ที่ 4 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน 

โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธร ภาค 7 กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นการขยายผลของชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ภาคกลางไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดลอตใหญ่ผ่านเส้นทางถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษม อ.ชะอำ จึงเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบรถยนต์ลักษณะตรงตามข้อมูลการข่าว ชุดจับกุมจึงสะกดรอยตาม ก่อนจะแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 2,000,000 เม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าพลาสติกภายในรถคันดังกล่าว

จากการสอบสวน นายสมเกียรติ ให้การสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้นำยาบ้าจาก จ.สมุทรปราการ นำไปส่งในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยเมื่อเดินทางไปถึง ผู้สั่งการจะเป็นคนแจ้งอีกทีว่าให้นำไปส่งตรงจุดใด ซึ่งจะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 400,000 บาท เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาบ้าไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาให้ตำรวจพื้นที่รับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับเตรียมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

บุกจับแก๊งชิงควาย 10 ตัว ที่เจ้าหน้าที่ยึดเป็นของกลางคดียาเสพติด

เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดฝ่ายปกครองจับกุมนายไพโรจน์ พรมมา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 2 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว พร้อมยาบ้า 2,864 เม็ด ยาไอซ์ 97 กรัม อายัดทรัพย์ควาย 10 ตัว รถกระบะ 1 คัน และปืน 12 กระบอก โดยควายที่ถูกอายัดทั้ง 10 ตัวถูกนำไปดูแลที่ธนยศฟาร์ม หมู่ 3 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ ต่อมาได้มีนางนฤมล นุราช ภรรยาของผู้ต้องหา พาพวก 10 คนพร้อมรถกระบะ 4 คันมาต้อนเอาควายทั้งหมดไป เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าตำรวจติดตามจับกุมแก๊งลักควายของกลางได้แล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พ.ต.อ.อนันต์ หูแก้ว ผกก.สภ.เขาฉกรรจ์ เผยว่า หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.นิติพัฒน์ ศรีหาบุตร รอง สว. (สอบสวน) สภ.เขาฉกรรจ์ เจ้าของคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐานไปยื่นต่อศาล จังหวัดสระแก้วเพื่อขออนุมัติหมายจับกุมผู้ก่อเหตุ 11 คน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 เม.ย. ศาลอนุมัติหมายจับ 3 คน ประกอบด้วย นางนฤมล หรือเจ๊มล นุราช อายุ 44 ปี ภรรยาผู้ต้องหาที่ถูกจับยาเสพติด นายอำพล พานทอง หรือบัง นครนายก อายุ 43 ปี พ่อค้ารับซื้อวัวควาย และนายวันชัย บุญโอบ อายุ 33 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ

หลังศาลอนุมัติออกหมายจับ ตำรวจติดตามไปจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้เมื่อคืนที่ผ่านมา นำตัวมาสอบสวนจนทราบแหล่งที่นำควาย 6 ตัวไปเก็บไว้ที่ จ.นครนายก อยู่ระหว่างติดตามคืนมา ส่วนอีก 4 ตัวยังไม่ทราบว่าเอาไปไว้ที่ไหน ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 142 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆ ที่เจ้าพนักงานได้ยึดอายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่ง เพื่อเป็นหลักฐาน หรือเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย เบื้องต้นทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ