เคล็ดลับสำหรับการเลิกยาเสพติด

เมื่อคุณตัดสินใจเข้าร่วมโครงการบำบัด หรือตัดสินใจจะเลิกยาเสพติดแล้ว ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้เพื่อช่วยให้แผนการเลิกยาของคุณมีอุปสรรคน้อยลง

1. บอกเพื่อนๆ ว่า คุณกำลังพยายามเลิกเสพยา

เพื่อนที่หวังดีกับคุณจริงๆ จะเข้าใจ และเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ รวมทั้งจะสนับสนุนให้คุณเลิกยาเสพติดให้ได้ แต่นั่นหมายความว่า คุณจะคงต้องเลิกคบกลุ่มเพื่อนที่เสพยา และเข้ากลุ่มเพื่อนใหม่ที่สนับสนุนช่วยเหลือ และเห็นอกเห็นใจคุณอย่างแท้จริง 

2. ปรึกษาเพื่อน หรือคนในครอบครัวเมื่อคุณต้องการพวกเขา

บางครั้งคุณอาจต้องการโทรศัพท์หาเพื่อน หรือคุยกับใครสักคนกลางดึกในขณะที่รู้สึกต้องการเสพยาขึ้นมา คุณไม่ควรพยายามแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการติดยาเพียงลำพัง เพราะคนเหล่านี้พร้อมเสมอที่จะช่วยคุณให้พ้นจากการติดยา 

ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการเลิกยาเสพติด คุณอาจบอกคนที่คุณไว้ใจ หรือคนใกล้ชิด เพื่อให้เขาเตรียมรับมือกับอาการลงแดง อาการทางประสาท หรือผลกระทบเกี่ยวกับจิตใจที่จะเกิดขึ้นระหว่างพยายามเลิกยา

3. หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเสพยา

การนัดดื่มสังสรรค์ หรือการจัดงานปาร์ตี้ช่วงกลางคืนมักเป็นสถานการณ์ที่มีการเสพยาเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น หากคุณอยู่ระหว่างการเลิกยาเสพติด ให้หลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ 

เนื่องจากมันเสี่ยงที่คุณจะถูกชักชวน หรืออาจถูกบังคับให้เสพยาอีกครั้ง หากจำเป็นต้องไปร่วมงานจริงๆ ให้แจ้งพ่อแม่ หรือคนใกล้ชิดให้รับทราบไว้ เพื่อที่เมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือจะได้มีคนพาคุณออกไปจากสถานการณ์ดังกล่าวทันที

4. คุณควรระลึกไว้อยู่เสมอว่า การติดยาไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนไม่ดี

หากคุณกำลังนั่งคิดถึงวันที่ตกเป็นทาสของยาเสพติดจนทำให้คุณรู้สึกแย่ แนะนำให้รีบพูดคุยหรือปรึกษาใครสักคน คุณอาจระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรน่าอาย

การบอกให้คนอื่นรู้ถึงความรู้สึกจะช่วยให้คุณยืนหยัดกับความพยายาม และท้ายสุดคุณก็จะสามารถเลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร นอกจากนี้ คนรอบตัวอาจเข้าใจในตัวคุณมากขึ้นด้วยว่า คุณรู้สึกอย่างไร แล้วมีปัญหาอะไรที่ทำให้คุณต้องหันไปพึ่งการเสพยา

วิธีเลิกยาเสพติด ด้วยตนเอง ทำได้ถ้าตั้งใจให้มั่น

ขั้นตอนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด

หากต้องการหายขาดการอาการติดยาเสพติด คุณสามารถเข้าร่วมโครงการบำบัดยาเสพติดได้ตามสถานพยาบาลต่างๆ 

ขั้นตอนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดจะแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ

ขั้นเตรียมการ (Pre-admission) 

เป็นขั้นตอนการสัมภาษณ์ตัวผู้ติดยา และครอบครัว ถึงภูมิหลังของผู้ติดยาว่าเป็นใคร และมีชีวิตเป็นอย่างไร การกระตุ้นให้ผู้ติดยามีความตั้งใจในการรักษา ขั้นตอนนี้ยังรวมไปถึงการตรวจร่างกายเบื้องต้น การเอกซเรย์ และตรวจปัสสาวะ

ขั้นถอนพิษยา (Detoxification) 

เป็นขั้นตอนการบำบัดทางร่างกายซึ่งยังตกอยู่ภายใต้สภาวะการติดยาเสพติด ขั้นตอนนี้อาจมีการใช้ยาประกอบการรักษาด้วย เช่น ยาเมทาโดน (Methadone) ยาสมุนไพร 

ขั้นตอนนี้จะแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบดังนี้ 

  • การถอนพิษแบบผู้ป่วยนอก เป็นการบำบัดแบบที่ผู้ติดยาไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล แต่จะให้ยากลับไปรับประทานที่บ้านตามกำหนด เมื่อถึงเวลานัดก็ให้เดินทางมารับการบำบัดที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
  • การถอนพิษแบบผู้ป่วยใน เป็นการบำบัดแบบที่ผู้ติดยาจะนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล เพื่อบำบัดอาการติดยาเสพติดและรักษาอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย

ขั้นการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabillitation) 

หลังจากการบำบัดอาการทางร่างกายแล้วก็มาถึงขั้นตอนการปรับสภาพจิตใจของผู้ติดยาให้เข้มแข็ง มีการปรับบุกคลิกภาพให้ดีขึ้น รวมทั้งมีการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นบำบัดจิตใจ 

จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ติดยารู้จักการรับผิดชอบตนเอง รู้จักการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างถูกต้อง และการควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ 

นอกจากนี้ การบำบัดยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ติดยาจะได้แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้ที่มีประสบการณ์ติดยาเสพติดมาก่อน ซึ่งความรู้ และสิ่งที่จะได้จากการบำบัดในขั้นตอนนี้ ไม่สามารถหาได้จากในหนังสือ หรือบทเรียนในห้องเรียนแน่นอน

ขั้นตอนการติดตามดูแล (After-Care) 

เป็นขั้นตอนการติดตามอาการผู้ติดยาหลังจากการบำบัด เพื่อไม่ให้มีการกลับไปติดยาเสพติดซ้ำอีกครั้ง ทั้งยังเป็นการให้กำลังใจ การโทรให้คำปรึกษาและแนะนำ อาจมีการไปเยี่ยมเยียนผู้ติดยา หรือนัดพบเพื่อตรวจดูอาการซักถาม ใช้แบบสอบถาม รวมถึงการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดด้วย

บทบาทของครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอยากยา

การช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดให้สามารถเลิกยาได้เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรทำ แต่ก่อนอื่นผู้ช่วยเหลือจะต้องมีความเข้าใจเสียก่อนว่า “การเลิกยานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” เพราะความเข้าใจในตัวผู้ติดยาจะทำให้คุณสามารถช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาให้เลิกยาได้จริงๆ

  • ครอบครัวต้องเข้าใจผู้ติดยา
  • สังเกตอาการที่เกิดขึ้น เช่น อาการที่รู้สึกอยากยา 
  • ไม่ตำหนิผู้ป่วยเมื่อมีอาการอยากยา 
  • ให้กำลังใจผู้ป่วย และอยู่เป็นเพื่อนในขณะที่เกิดอาการ 
  • ชื่นชมผู้ป่วยเมื่อสามารถผ่านพ้น หรือต่อสู้กับอาการอยากยาได้ 
  • อาจหากิจกรรมให้ทำ หรือทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว 
  • ช่วยหลีกเลี่ยง หรือไม่ให้พบตัวกระตุ้น  
  • อาจต้องพาผู้ป่วยไปรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ทรมานจากอาการและป้องกันการเสพยาเสพติดซ้ำต่อไป

ส่วนทางฝั่งผู้ที่เคยติดยาเสพติด หากคุณมีความคิดที่จะกลับไปใช้ยาอีกครั้ง แนะนำให้ทบทวนและตรึกตรองให้ดีว่า “ทำไมคุณถึงต้องกลับไปใช้ยาอีกครั้ง” และให้รีบหาคนปรึกษาและช่วยเหลือทันที 

คนคนนั้นอาจเป็นคนที่เคยอยู่ข้างๆ คุณในขณะที่เลิกยาเมื่อครั้งก่อนก็ได้ และให้ตระหนักถึงช่วงเวลาที่คุณเลิกยาว่า “มันยากเย็นและทรมานเพียงใด” 

อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพราะการติดยาเสพติดมีอันตรายจนถึงชีวิต และการกลับไปเสพติดยาครั้งต่อไปก็อาจแลกด้วยชีวิตของคุณที่ไม่อาจคืนกลับมาก็ได้