รายละเอียดน่ารู้ของยาอี

หากพูดถึงยาอีแล้วนั้น หลายๆคนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่ายาอีใช้เพื่ออะไร มีฤทธิ์อะไร และแน่นอนทุกคนรู้แน่อยู่แล้วว่าเป็นสารเสพติดซึ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นเราจะมาให้ความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงภัยยาเสพติดกันมากขึ้นค่ะ

วิธีการใช้ยาอี

ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการกิน และมักจะกินพร้อมเบียร์

สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
เมื่อผู้ใช้ยาได้รับยาอี/ยาเลิฟ(MDMA/MDA) เข้าสู่ร่างกาย ยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากเสพเข้าไปภายในเวลา 30 – 45 นาที 
>> ระบบประสาทส่วนกลาง(สมอง)จะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง (ฤทธิ์เหมือนเสพยาไอซ์/ยาบ้าแต่รุนแรงกว่ามาก)
>> ผู้เสพจะรู้สึกสนุกสนาน มีอารมณ์เป็นสุข (เรียกว่าภาวะ Euphoria เป็นอาการเช่นเดียวกับเสพยาไอซ์/ยาบ้า)
>> มีอาการประสาทหลอน ในตอนแรกจะเกิดอาการร้อนวูบวาบหรือหนาวสะท้าน(แล้วแต่คน)ต่อมาจะเห็นภาพที่ผิดปกติ (Visual Illussion) เช่น เห็นแสงสีวูบวาบแปลกตาผิดปกติไป ได้ยินเสียงผิดธรรมชาติ (Audiotory Hallucination) ทำให้มักจะใช้เสพเวลาไปเที่ยวสถานบันเทิงที่เปิดดนตรีเสียงดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดนตรีแนว “House และ Electronic” ที่มันจะดังแบบ “ตื้ดๆ” ซึ่งปัจจุบันมีสถานบันเทิงที่”รู้กัน”ว่าเปิดให้ปาร์ตี้ยาอีตั้งกลางกรุงเทพฯหลายแห่ง
>> ทำให้ความคิดสับสน หวาดวิตก บางทีก็เกิดรักใคร่ผูกพันธ์กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้ร่วมเสพหรือร่วมปาร์ตี้แบบไม่มีเหตุผล (บางครั้งเลยเรียกว่ายาเลิฟ)
>> อาการทางกายที่ปรากฎคือ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น หายใจเร็ว นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อกระตุก มีอาการอยู่ไม่สุข 
ราคา
ราคานั้นผันแปรไปตามสถานการณ์ของตลาด(มืด) เช่นเดียวกับยาเสพติดชนิดอื่นๆราคาปัจจุบันตกอยู่เม็ดละ 500 – 800 บาท แล้วแต่เกรดของยาโดยเกรดของยานั้นจะแบ่งตาม”สี”ของยา ซึ่งแต่ละเจ้าจะไม่เหมือนกันมีทั้งสีม่วง เหลือง ส้ม ชมพู เขียว แดง สีไหน”แรง”สุด ราคาก็จะแพงตามไปด้วยในการใช้เสพแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับ”การทนยา”ของร่างกายผู้เสพในผู้เสพหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มเสพเป็นครั้งแรกๆ อาจจะใช้ยาครั้งละแค่ครึ่งเม็ด หรือ 1/4 เม็ดส่วนผู้ที่เสพมานานจนสมองปรับตัวให้”ทนยา” อาจจะต้องใช้ครั้งละ 1 เม็ดหรือมากกว่า
ออกฤทธิ์นานแค่ไหน?
MDMA/MDA มีค่าครึ่งชีวิตอยู่ที่ 6-10 ชั่วโมง แต่จะออกฤทธิ์ได้ประมาณ 3-5 ชั่วโมงโดยกว่า 65% ของMDMA จะถูกพบที่”ไต” (ทำให้ตรวจหาได้ในปัสสาวะ) แล้วถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะและเหงื่อ
ซีโรโทนิน/เซโรโทนิน (Serotonin) คืออะไร?
ซีโรโทนินถูกสังเคราะห์โดยกลุ่มเซลล์ที่อยู่ในก้านสมองเป็นหลักกลุ่มเซลล์นี้มีชื่อว่า dorsal raphe nucleus ซึ่งทําหน้าที่ผลิตซีโรโทนินจากนันก็ลําเลียงซีโรโทนินไปตามแขนงของเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายท่อยาวๆเพื่อนําไปหลั่งที่บริเวณปลายประสาท มีแขนงของเซลล์ที่ลําเลียงซีโรโทนินไปยังสมองใหญ่แบบกระจายอยู่ทั่วๆไปทั้งในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ สติปัญญาการควบคุมการเคลื่อนใหวหรือเกี่ยวกับอารมณ์ เป็นต้ัน การหลั่งซีโรโทนินในระดับที่เหมาะสมทําให้ร่างกายและจิตใจทําหน้าที่ได้อย่างปกติส่วนการหลั่งที่น้อยไปก็ทําให้เกิดความผิดปกติตามมาได้
ถึงแม้การได้รับยาอีครั้งแรกๆนั้นทําให้ซีโรโทนินหลั่งจากปลายประสาทปริมาณมากและในเวลาที่รวดเร็วทันใจซึ่งจะนําไปสู่การกระตุ้นร่างกายและความคึกครื้น
จากการศึกษาพบว่าการได้รับยาอี(MDMA/MDA)อย่างต่อเนื่องจะทําให้แขนงประสาทซีโรโทนินถูกทําลายเป็นอย่างมากนอกจากความเป็นพิษต่อแขนงประสาทแล้วยังรวมไปถึงพยาธิสภาพที่บริเวณตัวเซลล์อีกด้วยการทําลายระบบประสาทซีโรโทนินโดยการได้รับยาอีนี้ได้รับการยืนยันอย่างเด่นชัดหลายครั้งตามปกติแล้วการหลั่งซีโรโทนินนําไปสู่การกระตุ้นระบบประสาทระบบอื่นๆมากมายในสมองการขาดหายไปหรือเสื่อมลงของระบบประสาทซีโรโทนินน่าจะทําให้ระบบอื่นเกิดการเสื่อมลงด้วยเนื่องจากขาดปัจจัยกระตุ้นหลังจากนั้นก็ได้มีการศึกษาที่ยืนยันว่านอกจากการทําลายระบบประสาทซีโรโทนินแล้ว ยาอียังทําให้เกิดการทําลายของเซลล์ประสาทในวงกว้างอีกด้วย
จริงหรือไม่ที่ยาอีนั้นทำลายสมองรุนแรงน้อยกว่ายาไอซ์/ยาบ้า?
สําหรับในคนนั้น จะเห็นได้ว่าผู้ที่เสพนานๆครั้ง เช่นเดือนละหนึ่งครั้งก่อนที่จะไปแหล่งบันเทิงหรือแหล่งมั่วสุมแต่ยังไม่มีอาการที่เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าการเสพแต่ละครั้งนั้นทําให้มีการทําลายปลายประสาทเพียงเล็กน้อย
ซึ่งถ้าทิ้งช่วงระยะเวลาให้นานพอก็ทำให้สมองสามารถฟื้นตัวและมีการซ่อมแซมหรือการงอกออกของปลายประสาทได้เท่าเดิมก่อนที่จะมีการเสพครั้งต่อไป 
บางทีการเสื่อมของระบบประสาทเพียงเล็กน้อยก็อาจไม่เพียงพอที่จะรู้สึกได้ แต่การทําลายซ้ำๆหลายครั้งย่อมทําให้เกิดการเสื่อมในระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสื่อมของปลายประสาทที่ลามไปถึงตัวเซลล์ย่อมเป็นการยากต่อการฟื้นตัว
อาการถอนยา
ยาอี หรือ MDMA/MDA ออกฤทธิ์ไปทำลาย Tryptaminergic nerve terminal (ปลายประสาทที่หลั่งสาร 5-HT) ผลคือร่างกายจะขาดสาร serotonin ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลานานในการสร้างขึ้นมาทดแทน และการสร้างทดแทนจะไม่สามารถทำให้สมบูรณ์เหมือนเดิม 
ผลของการขาด Serotonin จะทำให้ผู้เสพรู้สึกซึมเศร้ามากหลังจากที่ยาหมดฤทธิ์ด้วยฤทธิ์หลอนประสาทระหว่างที่ยาออกฤทธิ์ และอาการซึมเศร้าหลังการใช้ยานี้เอง น่าจะเป็นสมมติฐานของอุบัติการฆ่าตัวตายในระหว่างการใช้ยา 
การใช้ MDMA/MDA ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดโรคจิต (psychosis) เช่นเดียวกับสารกระตุ้นประสาทตัวอื่นๆอาการเป็นพิษจากการเสพยาอี จะแสดงออกทางระบบประสาท คือทำให้เกิดอาการประสาทหลอน เห็นภาพและได้ยินเสียงหลอน ผู้ที่เสพยาจะมีอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นอย่างมาก เกิดอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อและไต เป็นโรคจิตแบบหลงผิด (paranoia) ความคิดสับสน ซึมเศร้า วิตกกังวล คลื่นไส้ ตาพร่ามัว เหงื่อออกมาก
ถ้าได้รับเกินขนาดจะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อเกร็งตัว ตื่นตกใจกลัว ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการชักหรือหมดสติ ระบบหายใจล้มเหลว ช็อค และเสียชีวิตได้
โทษตามกฎหมาย
ยาอี/ยาเลิฟหรือ MDMA/MDA นั้นจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 1
ผู้ผลิต นำเข้า หรือส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาท ถึงห้าล้านบาท
ผู้เสพ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 3 ปี หรือปรับตั้งแต่10,000 – 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ