จับนักศึกษาหนุ่ม ค้ายาอีให้นักเที่ยว

หน่วยงานรัฐเปิดปฏิบัติการจับกุมยาเสพติด 2 คดี คดีแรก ป.ป.ส.พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมกันสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน รวบโจ๋หัวใสใช้เงินบิทคอยน์สั่งยาอีจากฮอลแลนด์มาขายให้นักเที่ยว เดือนละ 20,000-30,000 เม็ด ทำมา 4 ปี ผู้ต้องหาเตรียมนำยาอีมาบดผสมยาบ้าอัดเม็ดขายลดต้นทุน อีกคดีบาร์เทนเดอร์ตกงาน ร้อนเงิน ผันตัวรับจ้างกระจายยาไอซ์ให้ลูกค้าพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ได้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) -ตำรวจ 191 จับกุมคดียาเสพติด 2 คดี คดีแรก เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 พ.ค. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยผลงานหลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.พร้อมตำรวจ บช.ปส. กรมศุลกากรและศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ รวบโจ๋หัวใสใช้เงินบิทคอยน์สั่งยาอีจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาขายให้นักเที่ยว ภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ค. ว่า สามารถจับกุมวัยรุ่นชายอายุ 18 ปี 1 คน เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พร้อมยาอี 10,000 เม็ด ส่งมาทางพัสดุจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนคุมตัวพาไปขยายผลที่ห้องพักย่านรัตนาธิเบศร์ พบเครื่องอัดเม็ดยาอี ตัวตอกเหล็ก เครื่องชั่งน้ำหนัก ยาไอซ์ และผงผสมยาบ้าเพื่อเตรียมอัดเม็ดเป็นยาอี ซุกซ่อนอยู่ในห้องอีกจำนวนหนึ่ง

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ ใช้บิทคอยน์สั่งยาอีจากเว็บไซต์ต่างประเทศตั้งแต่ปี 59 เฉลี่ยเดือนละ 20,000-30,000 เม็ด ยาอีจะถูกส่งจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาถึงไทยทางพัสดุ จากนั้นจะนำไปขายให้นักเที่ยวกลางคืนและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ราคาเม็ดละ 800-1,000 บาท ก่อนถูกจับสั่งซื้อยาอีไป 35,000 เม็ด ทยอยส่งมาแล้ว 10,000 เม็ด ส่วนตัวตอกเหล็กที่พบในห้องพัก ผู้ต้องหาสารภาพตั้งใจจะทำยาอีอัดเม็ดผสมยาบ้าขายเองเพื่อลดต้นทุน แทนการจำหน่ายยาอีนำเข้าจากต่างประเทศ

นายนิยมระบุด้วยว่า ยาอีที่จำหน่ายในประเทศ ไทย เกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ เครือข่ายยาอีที่นอกจากจะพบนักค้าชาวไทย ยังมีกลุ่มชาวผิวสี ชาวรัสเซียและชาวจีน ร่วมกับคนไทย ขั้นตอนการค้าจะทำโดยสั่งซื้อจากเว็บไซต์ใต้ดิน ต้นทางอยู่ประเทศแถบยุโรป ใช้เงินดิจิทัลซื้อขายและจัดส่งทางพัสดุระหว่างประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 63 จับกุมได้ 25 คดี ผู้ต้องหา 22 คน ของกลางยาอี 268,312 เม็ด ส่วนใหญ่มาจากประเทศเยอรมนี 15 คดี รองลงมา ประเทศเนเธอร์แลนด์ 3 คดี ประเทศโปรตุเกส 3 คดี ประเทศฝรั่งเศส 2 คดี ประเทศเบลเยียมและสโลวีเนีย ประเทศละ 1 คดี ทั้งนี้ หากพบเห็นหรือสงสัยบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

อีกคดี วันเดียวกัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สําราญ นวลมา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 บก.สปพ. พร้อมพวกแถลงข่าวจับนายนัฐวุฒิ บุญสม อายุ 30 ปี อดีตบาร์เทนเดอร์ น.ส.ปุญยนุช ธนูวงษ์ อายุ 29 ปี น.ส.สนาสิริ รักษาศิลป์ อายุ 38 ปี และนายวิชัย พร้อมสุข อายุ 40 ปี ของกลางยาบ้า 14,000 เม็ด ยาไอซ์ 116 กก. รถยนต์ 2 คัน และรถ จยย. 2 คัน

สืบเนื่องจากชุดจับกุมพบเบาะแส มีผู้ค้ายาเสพติดจากทางภาคเหนือลักลอบนำขนยาเสพติดมาพักที่บ้านเลขที่ 99/58 หมู่บ้านโกลเด้นทาวน์ เกษตรนวมินทร์ ซอยลาดปลาเค้า 72 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงนำกำลังปิดล้อมพบนายนัฐวุฒิ ขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ติดป้ายทะเบียนปลอม บรรทุกยาไอซ์ 37 กก. ออกจากบ้านหลังดังกล่าวเตรียมไปส่งลูกค้า จึงแสดงตัวเข้าจับกุมก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ จากการสอบสวนนายนัฐวุฒิรับสารภาพทำหน้าที่เป็นผู้นำยาเสพติดของกลางไปส่งตามที่มีคนโทรศัพท์มาสั่ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 100,000 บาท ทำมาแล้ว 2-3 ครั้งเพราะต้องการหาเงินใช้ หลังเป็นบาร์เทนเดอร์ตกงาน คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง บช.ปส. ขยายผลต่อ