3 สารยาเสพติดอันตราย?ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy)

  • ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันบ้างในด้านโครงสร้างทางเคมี
  • ลักษณะ?ของยาอี มีทั้งที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน?ผิวเรียบ และปรากฏสัญลักษณ์บนเม็ดยาเป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระต่าย ฯลฯ

ฤทธิ์ในทางเสพติด?

  • จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยา?จะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ซม. แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวกลางคืน
  • ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทในระยะสั้น ๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท มีอาการติดยาทางจิตใจ ไม่มีอาการขาดยา?ทางร่างกาย เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ระบบประสาทการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด?(Psychedelic) ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

โทษทางกฎหมาย

  • จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

10 เดือน ยึดยาอีจากยุโรปเกือบ 2.6 แสนเม็ด

10 เดือน ยึดยาอีจากยุโรปเกือบ 2.6 แสนเม็ด

ป.ป.ส. จับมือ AITF ช่วง 10 เดือน ยึดยาอีจากยุโรปเกือบ 2.6 แสนเม็ด-เตือนออกฤทธิ์รุนแรงกว่ายาบ้า

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1-4 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และ ป.ป.ส. สนธิกำลังภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force) ยึด “เอ็กซ์ตาซี” หรือยาอีที่ถูกส่งผ่านทางพัสดุระหว่างประเทศจากเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์รวม 39,500 เม็ด เพื่อนำมาขายปลีกในประเทศ โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงปัจจุบันสามารถสกัดกั้นยาอีจากประเทศแถบยุโรปไปแล้ว 28 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 26 คน ยึดของกลางรวม 259,416 เม็ด

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ความพยายามลักลอบนำยาอีเข้าไทย เริ่มกลับมาปรากฏหลังจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมีต้นทางจากประเทศแถบยุโรป ล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2563 สามารถยึดยาอีได้ 2 ครั้งต่อเนื่องกันเป็นการลักลอบส่งจากเยอรมนี 35,000 เม็ด และจากเนเธอร์แลนด์ 4,500 เม็ด โดยตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา สามารถยึดยาอีจากยุโรป 28 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 26 คน ยึดของกลางรวม 259,416 เม็ด แยกเป็นการลักลอบขนส่งจากเยอรมนีมากที่สุด 18 ครั้ง 174,409 เม็ด โปรตุเกส 3 ครั้ง 17,222 เม็ด เนเธอร์แลนด์ 3 ครั้ง 10,630 เม็ด ฝรั่งเศส 2 ครั้ง 32,145 เม็ด เบลเยียมและสโลวีเนีย ประเทศละ 1 ครั้ง รวม 25,010 เม็ด

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด ตรวจพิสูจน์ยาอีที่ถูกส่งมาจากยุโรป พบว่ามีสาร MethyleneDioxy MethAmphetamine: MDMA ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีน และจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยาบ้าและไอซ์ ในปริมาณร้อยละ 40-60 ในหนึ่งเม็ด ซึ่งมากกว่าเมทแอมเฟตามีนที่พบในยาบ้าถึง 4 เท่า แปลว่า ยาอีออกฤทธิ์รุนแรงกว่ายาบ้าหลายเท่า และเป็นอันตรายต่อตัวผู้เสพเป็นอย่างมาก ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงจนระบบควบคุมอุณหภูมิล้มเหลว หรือภาวะ Hyperthermia บางรายหากเสพเกินขนาดจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ไตวาย และเสียชีวิตในที่สุด สำหรับในไทยยาอีจัดอยู่ในยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มีโทษทางกฎหมายสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

ยาอี

พ่อแม่ต้องระวัง! แบล็คพิ้ง “ยาคลายเครียดผงสีชมพู” ตรวจพบมีส่วนผสมยาอี-ยาบ้า

ก่อนหน้านี้ ตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ส่งมอบของกลางให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 ตรวจพิสูจน์สารเสพติด มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีชมพูปนเกล็ดสีขาว น้ำหนักประมาณ 3.14 กรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสซิปล็อก ไม่มีฉลากแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบ เลขสารบบ และสถานที่ผลิตใดๆได้
ล่าสุด นายแพทย์ ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยว่า ผลการทดสอบ พบส่วนผสมของตัวยาเมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน หรือยาอี และเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า
ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้ จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ทั้งนี้ได้รายงานผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อป้องกันนำไปใช้ในทางที่ผิด และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาดังกล่าวในพื้นที่
นายแพทย์ศุภกิจ บอกว่า จากข้อมูลของตำรวจที่ได้สอบถามผู้บริโภคแล้วให้การว่ากินยาคลายเครียด ซึ่งยาคลายเครียดหรือยานอนหลับ ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ต่อสมองและมีผลข้างเคียง เช่น อาการติดยา ถ้าไม่ได้กินจะนอนไม่หลับ ดื้อยา หรือมีฤทธิ์ยาตกค้าง เป็นต้น หากกินไปเพื่อคลายเครียด หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการติดยาเสพติด ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาได้
จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบถึงผลิตภัณฑ์ยาคลายเครียดที่มีความเสี่ยงในชุมชน ซึ่งอาจได้รับยาจำพวกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ได้โดยไม่รู้เท่าทัน
หากประชาชนต้องการใช้ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลในครอบครัวหรือชุมชนได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และขอความร่วมมือจากประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายในชุมชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไป
สำหรับบยาตัวนี้ กำลังระบาดในกลุ่มของวัยรุ่นในพื้นที่ สุราษฎร์ธานี รู้จักกันในศัพแบล็คพิ้ง

พบยานอนหลับใหม่ระบาดในไทย-ถึงตาย/ใช้แทนยาอี

อีทิโซแลม กรมวิทย์ตรวจพบครั้งแรกในไทยในเขตจังหวัดชายแดนใต้ ฤทธิ์แรงยิ่งกว่ายานอนหลับเดิมถึง 10 เท่า ถึงตายได้

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า ช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.60 สำนักยาและวัตถุเสพติด และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ได้ร่วมกันตรวจวิเคราะห์ของกลางที่ส่งตรวจจากสถานีตำรวจภูธร 7 แห่งในเขตจังหวัดนราธิวาสและยะลารวม 10 ตัวอย่าง มีลักษณะเป็นยาเม็ดกลมแบนสีส้ม ด้านหนึ่งตัวพิมพ์ “5” ส่วนอีกด้านเป็นสัญลักษณ์ “ ” บรรจุในแผงอลูมิเนียมสีเงินพลาสติกใสสีแดงแผงละ 10 เม็ด บนแผงพิมพ์ภาษาอังกฤษระบุผลิตในประเทศญี่ปุ่น (MADE IN JAPAN) และชื่อยา “Erimin5” พบว่า เป็นยาปลอมเนื่องจากตรวจไม่พบส่วนประกอบที่เป็นยาไนเมตาซีแพม (Nimetazepam) ที่ปกติจะพบอยู่ในยา Erimin 5 และจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 มักนำไปใช้ทดแทนยาเสพติด ซึ่งมีการแพร่ระบาดมากในสถานบันเทิง เขตจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันชนิดของยา สามารถยืนยันการตรวจของกลางทั้ง 10 ตัวอย่าง พบว่าเป็นยาอีทิโซแลม (Etizolam) ซึ่งเป็นยานอนหลับชนิดใหม่ที่เพิ่งตรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย

ทั้งนี้ ยาอีทิโซแลม มีสูตรโครงสร้างทางเคมีและออกฤทธิ์คล้ายยานอนหลับในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีนส์ ซึ่งดูดซึมได้ดีผ่านระบบทางเดินอาหารให้ระดับยาในเลือดสูงสุดภายใน 0.5-2 ชั่วโมง เป็นยากลุ่มกดประสาทที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางมีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม ในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี อินเดีย อนุญาตให้ใช้เป็นยาในรูปแบบยาเม็ดขนาดความแรงต่างๆ กันสำหรับรักษาโรคซึมเศร้าและอาการนอนไม่หลับ แต่มีอาการข้างเคียง เช่น ทำให้ง่วงซึมระหว่างวัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง พูดจาเลอะเลือน เดินเซ ง่วงนอน อาจมีกล้ามเนื้อรอบดวงตาหดเกร็งตัวในผู้ป่วยที่ใช้ยามากกว่า 1 เดือนจะกดระบบหายใจทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ยังทำให้เสพติดและมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดใช้ทดแทนยาอี (Ecstasy)รวมทั้งมีการโฆษณาเป็นสารเคมีสำหรับในใช้ในการศึกษาวิจัย ในบางประเทศสามารถหาซื้อได้ง่ายทางอินเตอร์เน็ตหรือร้านค้าท้องถิ่นในรูปแบบ ยาเม็ด ผง หรือเคลือบซับอยู่บนกระดาษ ซึ่งในหลายประเทศกำหนดให้เป็นสารที่ต้องควบคุมตามกฎหมาย

ล่าสุดมีรายงานข่าวกรณีมีผู้เสียชีวิต 6 รายในสกอตแลนด์เมื่อปี 59 เนื่องจากใช้ยาไดอาซีแพมปลอม สำหรับในประเทศไทยเนื่องจากยาดังกล่าวไม่มีจำหน่ายหรือไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศจึงยังไม่ถูกควบคุมหรือประกาศให้เป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

รวบหนุ่มญี่ปุ่น ขนยาอีปั้มลาย “WARIO”

“ซาโตชิ คิชิโมโตะ” หนุ่มญี่ปุ่นวัย 27 ปี ถูกจับกุมตัวที่เมืองโทกูชิมะ จากความพยายามในการขนยาเสพติดจากเนเธอร์แลนด์ และสเปนเข้ามายังญี่ปุ่น โดยหนึ่งในยาเสพติดที่ขนเข้ามา คือยาอี จำนวน 132 เม็ดปั้มลายตัวละคร “WARIO” จากซีรีส์มาริโอ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ซาโตชิ ขนยาเสพติดข้ามประเทศ ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกจับในข้อหาเกี่ยวกับขนถ่ายยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขนกัญชาแห้ง และ LSD

โดยปกติแล้วเม็ดยาอี จะมีการทำออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย มีสีสันต่างกัน มีรูปทรงต่างกัน และมีการปั้มลายที่ต่างกัน ซึ่งในบางครั้งยาอีก็มีการนำตัวละครในการ์ตูน หรือในเกมมาปั้มลาย ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการจับกุมยาอีที่มีการปั้มลายมิคกี้เม้าส์

จับยาอีซุกลำโพงค่ากว่า 5 ล้าน คาด่านพรมแดนไทยลาว

จับยาอีซุกลำโพงค่ากว่า 5 ล้าน คาด่านพรมแดนไทยลาว

ศุลกากรหนองคายจับสาวใหญ่พร้อมยาอีเกือบ 3 พันเม็ด มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ซุกซ่อนมาในลำโพง คาด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 

เมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ (18 ต.ค. 60) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคายนายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนางสาวทิพยรัตน์ เขาประเสริฐ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 3 ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว พร้อมยาอีจำนวน 2,980 เม็ด มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท ที่ซุกซ่อนมาในลำโพงไร้สายแบบพกพา ที่อยู่ในกระเป๋าเป้ที่สะพายเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

การจับกุมครั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1ตามปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.15 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นหญิงคนหนึ่งที่เดินทางมาโดยสารประจำสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ขณะจะผ่านพิธีการศุลกากรบริเวณช่องตรวจผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวของตรวจค้น พบภายในกระเป๋าเป้ที่สะพายมามีเสื้อผ้าและลำโพงไร้สายแบบพกพา จำนวน 2 ลำโพง ซึ่งเจ้าหน้าที่จับดูพบว่ามีน้ำหนักมากผิดปกติจึงได้แกะดู พบมีห่อพลาสติกจำนวน 2 ห่อซุกซ่อนอยู่ในลำโพงแต่ละตัว รวม 4 ห่อ ภายในห่อพบยาชนิดเม็ดมีลักษณะสี่เหลี่ยม สีเทา คล้ายยาอี รวม 2,980 เม็ด จึงได้นำไปทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบสารเสพติด ผลปรากฏว่าน้ำยาทดสอบออกเป็นสีเทาดำ แสดงว่าเป็นยาอี จึงได้ควบคุมตัวนางสาวทิพยรัตน์ ไว้

จากการสอบถามเบื้องต้น นางสาวทิพยรัตน์ บอกว่าได้ไปเยี่ยมญาติ และไปหาเพื่อนชื่อตุ้ยที่อยู่ใน สปป.ลาว ในช่วงเช้าของวันนี้ (18 ต.ค. 60) ก่อนกลับเพื่อนได้ฝากลำโพงไร้สายไปให้แฟนชาวผิวดำที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนไม่ทราบว่ามียาอีซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหานำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาอี เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1ยาอีไว้ในครอบครอง และได้นำส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของนางสาวทิพยรัตน์ พบว่ามีการเข้า-ออก กัมพูชา และ สปป.ลาวหลายครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมยาอีได้มากที่สุด

จับยาอีซุกลำโพงค่ากว่า 5 ล้าน คาด่านพรมแดนไทยลาว

ข่าวสารยาอี ข่าวยาอี

จับตา ยาอี รูปการ์ตูนระบาดกลุ่มคลับดรักส์

จับตายาอีรูปการ์ตูนระบาดกลุ่มคลับดรักส์

เตือนภัยยาอีตัวการ์ตูนมาริโอ้ระบาด แพร่ในกลุ่มวัยรุ่น-คลับดรักส์ ป.ป.ส.เผยผู้ผลิตในยุโรปส่งเข้ามาขยายตลาดอาเซียน ลักลอบนำเข้านับหมื่นเม็ด

เตือนภัยยาอีตัวการ์ตูนมาริโอ้ระบาด เผยมีฤทธิ์ปลุกเซ็กส์ แพร่ในกลุ่มวัยรุ่น-คลับดรักส์ ป.ป.ส.เผยผู้ผลิตในยุโรปส่งเข้ามาขยายตลาดอาเซียน ลักลอบนำเข้านับหมื่นเม็ด เร่งประสานประเทศต้นทางดำเนินคดีขบวนการส่งออก

สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) –15 ต.ค.62 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส) ยึดยาอี ปั๊มเม็ดเป็นตัวการ์ตูนมาริโอ้ถูกลอบนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส จำนวน 28,000 เม็ด และส่งมายังปลายทางที่ จ.ปทุมธานีว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้ายาอีอัดเม็ดมีมานานแล้ว โดยแหล่งผลิตหลักอยู่ในทวีปยุโรป เช่น ประเทศฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ และปัจจุบันกลุ่มค้ายาเสพติดได้ขยายตลาดเข้ามายังกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2557 มีการลักลอบนำเข้ามาทางอากาศยานที่กัมพูชาและเวียดนาม โดยใช้ประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งพักยา จากนั้นจึงขนเข้ามาไทยผ่านช่องทางธรรมชาติด้าน จ.สระแก้ว ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำยาอีอัดเม็ดเข้ามาในประเทศไทยจะเป็นกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ ที่มีกลุ่มคนผิวสีอยู่เบื้องหลัง โดยใช้วิธีการซุกซ่อนในร่างกาย และสัมภาระเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

จับตายาอีรูปการ์ตูนระบาดกลุ่มคลับดรักส์


          นายนิยม กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 62 ที่ผ่านมา ป.ป.ส.พบการลักลอบนำยาอีอัดเม็ดเข้ามาที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ค้ายาเสพติดได้มีการขยายกลุ่มเป้าหมายที่เที่ยวกลางคืน กลุ่มคลับดรักส์ โดยยาอีจะมีคุณสมบัติของสารสังเคราะห์ที่ไปกระตุ้นระบบประสาทลักษณะคล้ายกับยาบ้า แต่ในสารสังเคราะห์จะมีคุณสมบัติและโครงสร้างทางเคมีต่างกันทำให้ผู้เสพรู้สึกว่ากระตุ้นอารมณ์ให้มีความสนุกสนาน ซึ่งผู้ค้ายาเสพติดจะจำหน่ายให้กับผู้เสพในราคาแตกต่างกันไปตั้งแต่เม็ดละ 500 -800 บาท อย่างไรก็ตาม ยาอีที่ปั๊มเป็นตัวการ์ตูนจะมีฤทธิ์ข้างเคียงในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ทำให้เลือดสูบฉีด และยังไปกระตุ้นสารโดปามีนทำให้ผู้เสพมีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์

ศาลสั่งประหารชีวิต “อ้อแอ้” ขนยาอีรูปการ์ตูนข้ามทวีป

ศาลสั่งประหารชีวิต      “อ้อแอ้”    ขนยาอีรูปการ์ตูนข้ามทวีป

วันที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา นัดพิจารณาคดีหมายเลขดำ อย.1883/2561 ที่ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.อัมพิกา หรืออ้อแอ้ ปะติตัง อายุ 26 ปี ชาว, น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 26 ปี และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 34 ปี  เป็นจำเลยที่ 1-3

ในฐานความผิดร่วมกันนำเข้ายาอี(3,4 เมทิลลีน ไดออกซิเมทแอมเฟตามีน)ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายฯ ร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2561 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค.2561 จำเลยทั้งสามได้สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1

โดยจำเลยร่วมตกลงวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ร่วมกันออกเงินซื้อยาอีจากประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศไทย โดยจำเลยที่ 1-2 ทำหน้าที่เก็บรักษา ครอบครองและขนลำเลียงยาอีเข้ามา

โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2561 จำเลยที่ 1-2 ได้เดินทางผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนำเอายาอี จำนวน 5,731 เม็ด น้ำหนัก 2.658 กิโลกรัม ที่บรรจุในกล่องอาหารสัตว์ซุกซ่อนในกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง เข้ามาในประเทศเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมจำเลยที่ 1-2 ขณะนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนจำเลยที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2561

ชั้นพิจารณา น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วน น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล จำเลยที่ 2-3 ให้การปฏิเสธ โดยระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล จำเลยทั้งสาม ไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางและทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่นำสืบในคดีแล้ว โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ซึ่งเป็นชุดจับกุมมาเบิกความถึงรายละเอียดการจับกุมสอดคล้องต้องกันว่า ก่อนจะจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมหญิงคนหนึ่งชื่อลูกเกด ซึ่งมียาเสพติดไว้ในครอบครองในจำนวนนั้นมียาอีส่วนหนึ่ง

เมื่อสอบสวนขยายผลทราบว่าได้ติดต่อซื้อยาอีจาก น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ผ่านโปรแกรมแชทไลน์ เมื่อตรวจสอบการสนทนาพบว่า จำเลยที่ 1 แจ้งว่าจะนำยาอีจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายให้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 โดยตรวจสอบกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ จนทราบข้อมูลว่าจำเลยที่ 1 กำลังจะกลับเข้ามาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อติดตามดูพฤติการณ์ ก็พบว่าจำเลยที่ 1 เดินทางมาพร้อมกับจำเลยที่ 2 โดยช่วงที่ไปรับกระเป๋าเดินทางก็มีท่าทางระแวดระวัง ระหว่างนั้น จำเลยที่ 1 ได้นำกระเป๋าเป้สะพายลายทหารออกจากกระเป๋าเดินทางมาสะพายหลัง แล้วเดินออกมา

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยตามพร้อมแสดงตัวเพื่อตรวจค้นและจับกุม โดยการตรวจค้นกระเป๋าพบยาอีซุกซ่อนปะปนอยู่ในอาหารแมวที่ใส่ไว้ในกล่องอาหาร

โดยในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2-3 นำเงินมาซื้อยาอี จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจำเลยที่ 1-2 ลงทุนคนละ 100,000 บาท จำเลยที่ 3 จำนวน 80,000 บาท ขณะที่การเดินทางก็จะแวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายจับจำเลยที่ 3 และจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2561

เมื่อพิจารณาคำเบิกความพยานโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะจับกุมแล้วเชื่อว่า เบิกความตามข้อเท็จจริงที่ได้รู้เห็นซึ่งเบิกความสอดคล้องกันเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อนำมารับฟังประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 แล้ว ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง

ส่วน น.ส.วรารัตน์ จำเลยที่ 2 แม้ในชั้นสอบสวน น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 จะให้ว่าร่วมลงทุนด้วยกันแต่คำเบิกความนั้นก็เป็นลักษณะพยานบอกเล่าที่จะต้องนำสืบและรับฟังร่วมกันพยานอื่น ซึ่งโจทก์ไม่มีพยานอื่นคงมีเพียงข้อมูลที่พบว่าจำเลยที่ 2 เดินทางร่วมมากับจำเลยที่ 1

โดยชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธระบุว่า ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การเกี่ยวกับข้อมูลตนเองเท่านั้นไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งชั้นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้อ่านบันทึกคำให้การให้จำเลยที่ 2 ฟัง พยานหลักฐานโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 นี้จึงยังมีเหตุสงสัยตามสมควรจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2

เช่นเดียวกับ นายทรงพล จำเลยที่ 3 ที่คงได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 3 เคยร่วมเดินทางกับจำเลยที่ 1 ช่วงเดือน ก.ค.2560 เท่านั้น แต่ก็ไม่มีการดำเนินการจับกุมในขณะนั้น

ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงรับฟังได้เฉพาะ น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ว่า  นำเข้ายาอี ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายฯ และมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท และพ.ร.บ.มาตการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานนำเข้ายาอี เข้ามาจำหน่ายให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ตลอดชีวิตและให้ริบของกลางไว้ทั้งหมด 

ส่วน น.ส.วรารัตน์ และ นายทรงพล จำเลยที่ 2-3 พิพากษาให้ยกฟ้อง โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้งสอง ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561  ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงข่าวจับกุมจำเลยทั้ง 3 คน ในข้อหาลักลอบจำหน่ายยาอีชนิดใหม่รูปตัวการ์ตูนดังกล่าว ซึ่งนำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา เมื่อเสพเข้าไปจะออกฤทธิ์ให้มีความรู้สึกเพลิดเพลินและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และถือเป็นเรื่องภัยคุกคามทางเพศกำลังแพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย

ศาลสั่งประหารชีวิต “อ้อแอ้” ขนยาอีรูปการ์ตูนข้ามทวีป

ข่าวทั่วไป ข่าวอายี ยาอี

จับพัสดุยาอีจากฝรั่งเศส ก่อนขยายผลจับกุมหญิงไทย ของกลางเกือบ 3 หมื่นเม็ด

จับพัสดุยาอีข้ามประเทศจากฝรั่งเศส 4 พันเม็ด ก่อนขยายผลบุกค้นบ้านหญิงไทย เจออีก 2.4 หมื่นเม็ด เป็นการค้ายาข้ามชาติ

ยาอี
ภาพจาก สำนักข่าว INN

        วันที่ 15 ตุลาคม 2562 ไทยพีบีเอส รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมกับกรมศุลกากรและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ปส. รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติ (Airport Interdiction Task Force; AITF) ได้ดักจับยาอีผ่านไปรษณีย์จากประเทศฝรั่งเศส ผลจากการตรวจค้นพบว่ามียาอี 4,120 เม็ด
        ต่อมาได้ขยายผลจับกุมตัวหญิงไทย ค้นบ้านพัก พบยาอีซุกซ่อนอีก 2.4 หมื่นเม็ด ทำให้สามารถยึดยาอีได้ทั้งหมด 28,120 เม็ด

ยาอี

ภาพจาก สำนักข่าว INN

ป.ป.ส. เผยมีการลักลอบนำเข้ายาอีมากขึ้น ร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดกั้นยาอี

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2563 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียง ยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) ได้ร่วมกันสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำ “ยาอี” หรือ “เอ็กซ์ตาซี่” จากเยอรมันเข้าไทย โดยใช้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ จึงได้พิสูจน์และติดตาม จนพบพัสดุรวม 3 กล่อง บรรจุยาอีรวม 26,340 เม็ด จึงทำการตรวจยึดก่อนที่จะถูกกระจายไปยังแหล่งแพร่ระบาด และทำการขยายผลจับบุคคลที่มีส่วนร่วมทั้งชาวไทยและต่างชาติอีก 3 คนเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พยายามนำเข้ายาอี โดยใช้ระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์จากประเทศแถบยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดย 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถสกัดกั้นยาอีที่ถูกส่งมาจากประเทศแถบยุโรปรวม 10 ครั้ง คือ เยอรมันนี 2 ครั้ง เนเธอร์แลนด์ 2 ครั้ง ฝรั่งเศส 2 ครั้ง โปรตุเกส 2 ครั้ง เบลเยี่ยม 1 ครั้ง และสโลวาเกีย 1 ครั้ง รวมยึดยาอีทั้งสิ้น 100,257 เม็ด ทั้งนี้เนื่องจากยาอีเป็นยาเสพติดที่มีแหล่งผลิตในยุโรป โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ยาอี” จัดอยู่ในกลุ่มสารสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เหมือนยาบ้าและไอซ์ และเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีโทษทางกฎหมายค่อนข้างรุนแรง หากกระทำผิดในข้อหาลักลอบนำเข้า มีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หากจำหน่ายหรือครอบครองเพื่อจำหน่าย มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท
สำหรับการแพร่ระบาดยาอีในไทย กล่าวได้ว่ายังไม่แพร่หลายในวงกว้างมากเท่ากับยาบ้า เพราะปัจจัยด้านราคาและนิยมเสพกันเฉพาะในกลุ่มคนเที่ยวกลางคืนและมีฐานะการเงิน จึงระบาดอยู่ในสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากจะพบการลักลอบนำเข้าบ่อยครั้งขึ้น ยังมีแนวโน้มว่ามีผู้เสพติดยาอีเข้าบำบัดเพิ่มขึ้นด้วย และขอเตือนกลุ่มผู้ใช้ว่ายาอีเป็น ยาเสพติดอันตรายที่ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท มีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง และหากถ้าเสพเกินขนาดจะมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวในตอนท้ายว่า การดำเนินการภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่าน ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) จนส่งผลอย่างดียิ่งในการสกัดกั้นนี้ ไม่เฉพาะเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันของหน่วยงานความมั่นคงดังที่กล่าวมา แต่ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานปราบปราม ยาเสพติดในอาเซียน ซึ่งไทยถือเป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
ประการสำคัญ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาจะต้องลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้เน้นย้ำ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมทรัพยากรแก้ไขปัญหาในทุกมิติ และขอให้พยายามลดปัญหาให้ได้ในทุกวิถีทาง จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ทั้งนี้ประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ ซึ่งหากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

ยาอี