หมอเตือน ‘นักเที่ยวกลางคืน’ นิยมเสพ ‘ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี’ ครั้งเดียวเสี่ยงช็อกตาย

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันบ้างในด้านโครงสร้างทางเคมี มีทั้งที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่างๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน และมีสัญลักษณ์บนเม็ดยาเป็นรูปต่างๆ เช่น กระต่าย ค้างคาว นก ดวงอาทิตย์ เป็นต้น พบแพร่ระบาดมากในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเที่ยวกลางคืน เมื่อเสพยาอีเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ของยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง

“โดยออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากนั้น จะหลอนประสาทอย่างรุนแรง ผู้เสพจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ จากการวิจัยพบว่ายาชนิดนี้มีอันตรายร้ายแรง แม้จะเสพเพียง 1-2 ครั้ง สามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ผู้เสพมีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย และทำลายเซลล์สมอง” นพ.ภาสกรกล่าว

ด้าน นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวว่า ยาอีจะเข้าไปทำลายระบบประสาททำให้เซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการควบคุมอารมณ์ทำงานผิดปกติ โดยจะหลั่งสารนี้ออกมามากกว่าปกติทำให้สดชื่น อารมณ์ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปสารดังกล่าวจะลดน้อยลง ทำให้ผู้เสพเข้าสู่สภาวะ
อารมณ์เศร้าหมองหดหู่ เกิดอาการซึมเศร้า และอาจกลายเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้า (Depression) มีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ นอกจากนี้ การที่สารซีโรโทนินลดลง จะทำให้การนอนหลับผิดปกติ เวลาการนอนลดลง หลับไม่สนิท อ่อนเพลียขาดสมาธิในการเรียนและทำงาน

“การเสพยาอีอาจไม่ทำให้ผู้เสพเสียชีวิตได้โดยตรง แต่การที่นิยมเสพระหว่างปาร์ตี้ สังสรรค์ ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ และเสียเหงื่ออย่างมากจากการที่ยาเข้าไปกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลาและเต้นได้ตลอดงาน เกิดภาวะขาดน้ำอย่างฉับพลัน บางรายนิยมเสพพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาชนิดอื่นร่วมด้วย หรือเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ จะทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิต” นพ.สรายุทธ์กล่าว และว่า หากประสบปัญหาด้านยาและสารเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จ.ปทุมธานี และโรงพยาบาล (รพ.) ธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ รพ.ธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี

จับ “ยาอี” ส่งพัสดุจากยุโรป 5 เดือน กว่าแสนเม็ด

จับ "ยาอี" ส่งพัสดุจากยุโรป 5 เดือน กว่าแสนเม็ด

ป.ป.ส.เผยมีความพยายามลักลอบนำเข้ายาอีมากขึ้น ร่วมมือกรมศุลกากร ตำรวจปราบยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ สกัดกั้นยาอีส่งขนส่งผ่านพัสดุภัณฑ์จากประเทศแถบยุโรป 5 เดือน รวมทั้งสิ้น 100,257 เม็ด

วันนี้ (4 มี.ค.2563) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27-29 ก.พ.2563 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) ได้ร่วมกันสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำ “ยาอี” หรือ “เอ็กซ์ตาซี่” จากเยอรมนีเข้าไทยโดยใช้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ จึงได้พิสูจน์และติดตามจนพบพัสดุรวม 3 กล่อง บรรจุยาอีรวม 26,340 เม็ด จึงทำการตรวจยึดก่อนที่จะถูกกระจายไปยังแหล่งแพร่ระบาด และทำการขยายผลจับบุคคลที่มีส่วนร่วมทั้งชาวไทย และต่างชาติอีก 3 คน

5 เดือน 6 ประเทศยุโรปลอบขนกว่าแสนเม็ด

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติพยายามนำเข้ายาอี โดยใช้ระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์จากประเทศแถบยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดย 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถสกัดกั้นยาอีที่ถูกส่งมาจากประเทศแถบยุโรปรวม 10 ครั้ง คือ เยอรมนี 2 ครั้ง เนเธอร์แลนด์ 2 ครั้ง ฝรั่งเศส 2 ครั้ง โปรตุเกส 2 ครั้ง เบลเยี่ยม 1 ครั้ง และสโลวาเกีย 1 ครั้ง รวมยึดยาอีทั้งสิ้น 100,257 เม็ด ทั้งนี้ เนื่องจากยาอีเป็นยาเสพติดที่มีแหล่งผลิตในยุโรป โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์

สำหรับยาอีจัดอยู่ในกลุ่มสารสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเหมือนยาบ้าและไอซ์ และเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มีโทษทางกฎหมายค่อนข้างรุนแรง หากกระทำผิดในข้อหาลักลอบนำเข้า มีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หากจำหน่ายหรือครอบครองเพื่อจำหน่าย มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท

“ยาอี” ยังไม่แพร่ระบาดในวงกว้างเท่ายาบ้า

สำหรับการแพร่ระบาดยาอีในไทย นับว่ายังไม่แพร่หลายในวงกว้างมากเท่ากับยาบ้า เพราะปัจจัยด้านราคาและนิยมเสพกันเฉพาะในกลุ่มคนเที่ยวกลางคืนและมีฐานะการเงิน จึงระบาดอยู่ในสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ต้องมีเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากจะพบการลักลอบนำเข้าบ่อยครั้งขึ้น ยังมีแนวโน้มว่ามีผู้เสพติดยาอีเข้าบำบัดเพิ่มขึ้นด้วย และขอเตือนกลุ่มผู้ใช้ว่ายาอีเป็นยาเสพติดอันตรายที่ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท มีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง และหากเสพเกินขนาดจะมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้

“อาเซียน” แลกเปลี่ยนข้อมูลปราบยาเสพติด

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การดำเนินการภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน จนส่งผลอย่างดียิ่งในการสกัดกั้นนี้ ไม่เฉพาะเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันของหน่วยงานความมั่นคงดังที่กล่าวมา แต่ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในอาเซียน ซึ่งไทยถือเป็นหน่วยงานหลักในการประสานการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร

นายกฯ สั่งบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติด

ประการสำคัญเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาจะต้องลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมทรัพยากรแก้ไขปัญหาในทุกมิติ และขอให้พยายามลดปัญหาให้ได้ในทุกวิถีทาง จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ ซึ่งหากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

จับ “ยาอี” ส่งพัสดุจากยุโรป 5 เดือน กว่าแสนเม็ด

ยาเสพติด

สาเหตุและการป้องกัน การติดยาเสพติด

สาเหตุของการติดยาเสพติดมีหลายประการดังนี้

  1. อยากลอง อยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส ซึ่งเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์  โดยคิดว่า “ไม่ติด”  แต่เมื่อลองเสพเข้าไปแล้วมักจะติด
  2. ถูกเพื่อนชักชวน  ส่วนใหญ่พบในกลุ่มเยาวชน ทำตามเพื่อน  เพราะต้องการ การยอมรับจากเพื่อนฝูง หรือถูกชักจูงว่าใช้แล้วทำให้สมองปลอดโปร่ง  หรือใช้แล้วทำให้ขยันจึงเหมาะแก่การเรียน และการทำงาน
  3. ถูกหลอกลวง  โดยอาศัยรูปแบบสีสันสวยงาม  ทำให้ผู้รับไม่อาจทราบได้ว่า สิ่งที่ตนได้รับเป็นยาเสพติด
  4. ใช้เพื่อลดความเจ็บปวดทางกาย  อันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ  จนเกิดการติดยา เพราะใช้เป็นประจำ
  5. เกิดจากความคนอง และขาดสติยั้งคิด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่อยากแสดง ความเก่งกล้า อวดเพื่อน จึงชวนกันเสพจนติด
  6. ภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัว เอื้ออำนวยที่จะส่งเสริม  และผลักดันให้หันเข้าหายาเสพติด เช่น  ครอบครัวแตกแยก สมาชิกในครอบครัวขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ภาวะเศรษฐกิจบีบบังคับให้ทำเพื่อความอยู่รอด  อยากรวยเร็ว หรือพักอาศัยอยู่ ในแหล่งที่มีการเสพและค้ายาเสพติด 

จากแผนภาพจะเห็นได้ว่าเพศชายนั้น เคยใช้ยาเสพติดมากกว่าเพศหญิง โดยที่ช่วงอายุของเพศชายที่เคยใช้มากที่สุดคือ อยู่ในช่วงอายุ 45 – 65 ปี และเพศหญิงเคยใช้ยาเสพติดมาสุดอยู่ในช่วงอายุ 25 – 44 ปี
การป้องการการติดยาเสพติด

  • ป้องกันตนเอง ไม่ใช้ยาโดยมิได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และจงอย่าทดลองเสพยาเสพติดทุกชนิดโดยเด็ดขาด เพราะติดง่ายหายยาก
  • ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่องดูแลเด็กและบุคคลในครอบครัวหรือที่อยู่รวมกัน อย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องคอยอบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษและภัยของยา-เสพติด หากมีผู้เสพยาเสพติดในครอบครัวจงจัดการให้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้หาย เด็ดขาด การรักษาแต่แรกเริ่มติดยาเสพติดมีโอกาสหายได้เร็วกว่าที่ปล่อยไว้นานๆ
  • ป้องกันเพื่อนบ้าน โดยช่วยชี้แจงให้เพื่อนบ้านเข้าใจถึงโทษและภัยของยาเสพติด โดยมิให้เพื่อนบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องถูกหลอกลวง และหากพบว่าเพื่อนบ้านติดยาเสพติด จงช่วยแนะนำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
  • ป้องกันโดยให้ความร่วมมือกับทางราชการ เมื่อทราบว่าบ้านใดตำบลใด มียาเสพติดแพร่ระบาดขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกแห่งทุกท้องที่ทราบ หรือที่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตำรวจ และที่สำนักงานคณดะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

สถิติยาเสพติดในประเทศไทย

ยาเสพติด คือ สารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใดๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจใน ลักษณะสำคัญ เช่น ต้องเพิ่มปริมาณการเสพขึ้นเรื่อยๆ มีอาการขาดยาเมื่อไม่ได้เสพ มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา และทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง กับให้รวมตลอดถึงพืช หรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย
ประเภทของยาเสพติด
จำแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทแบ่งเป็น 4 ประเภท

  1. ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาท เครื่องดื่มมึนเมา บาร์บิทูเรต ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ำมันเบนซิน กาวเป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
  2. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม โคเคน เครื่องดื่มคาเฟอีน มักพบว่าผู้เสพติด จะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสน หวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทำในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทำ เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
  3. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี เห็ดขี้ควาย ดี.เอ็ม.ที.และ ยาเค เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต
  4. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกัน ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้แก่ กัญชา     

ยาเสพติด เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน ถึงแม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัด แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังไม่หมดไปจากสังคมไทย การแก้ปัญหายาเสพติดจึงถือเป็นวาระแห่งชาติ มีการจัดตั้ง ศูนย์อำรวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) โดยยึดหลักที่ว่า ผู้ผลิต ผู้ขาย จะต้องได้รับการปราบปรามอย่างเข้มงวดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในขณะที่ผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องรับการบำบัดรักษา

สถิติยาเสพติดในประเทศไทย

ตำรวจรวบแก๊งค้ายาเสพติด ผงะ “ยาอี” ผสมผงชานมไข่มุก-บรรจุขายเป็นซองพร้อมชง

ตำรวจรวบแก๊งค้ายาเสพติด ผงะ “ยาอี” ผสมผงชานมไข่มุก-บรรจุขายเป็นซองพร้อมชง

ตำรวจรวบแก๊งค้ายาเสพติด – วันที่ 14 ม.ค. ซินชิวเดลี รายงานเตือนภัยสังคมจากการลักลอบ ค้ายาเสพติด รูปแบบใหม่ใน มาเลเซีย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังบุกค้นที่พักของแก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่เกาะลังกาวี และเมืองบูกิตติงกิ รัฐปะหัง เจอซองบรรจุผงเครื่องดื่มเลียนแบบร้านเครื่องดื่มชื่อดังจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีผง ชานม สำหรับชง ชานมไข่มุก ผงชามะนาว และผงน้ำผลไม้

จากการตรวจสอบส่วนประกอบพบว่ามีสารเสพติดประเภท ยาอี ผสมอยู่ด้วย จึงทำการจับกุมผู้ต้องสงสัย 7 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 3 คน อายุระหว่าง 20-35 ปี ในข้อหาผลิตและค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ยังยึดเครื่องดื่มสำเร็จรูปผสมยาอีแบบขวดอีก 27 ขวด รวมทั้งทรัพย์สินที่คาดว่าได้มาจากรายได้การค้ายาเสพติด ได้แก่ บ้านพักมูลค่ากว่า 3.4 ล้านบาท รถยนต์ 4 คัน กระเป๋ายี่ห้อแพง 4 ใบ นาฬิกาหรู 2 เรือน และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง

MDMA หรือยาอี ยาเสพติดมีฤทธิ์อันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย อาจเสียชีวิตได้ ไม่ควรทดลอง หรือเสพ

MDMA หรือยาอี

ยาอี จัดเป็นยาเสพติดสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้เสพเกิดความรู้สึกทางเพศ รวมถึงรู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกันมันก็จัดเป็นยาเสพติดชนิดรุนแรงที่ให้โทษถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

หรือถึงแม้ผู้เสพจะไม่เสียชีวิต ยาอีก็ส่งผลกระทบทำให้ผู้เสพมีความผิดปกติทางสุขภาพได้มากมาย

ความหมายของยาอี

ยาอี (Ecstasy) หรือยาเอ็กซ์ตาซี คือ เป็นยาเสพติดสังเคราะห์ที่แต่เดิมผลิตขึ้นมาเพื่อรักษาโรคอ้วน และโรคนอนหลับผิดปกติ แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกการใช้เป็นยารักษาแล้ว และกลายเป็นยาเสพติดในรูปของยาผง ยาเม็ดเม็ด หรือยาแคปซูล

ยาอีได้รับฉายาอีกอย่างว่า “ยาแห่งความรัก” หรือ “ยาเลิฟ” เนื่องจากสามารถออกฤทธิ์ทำให้ผู้เสพรู้สึกได้รับความรักใคร่ หรือความอบอุ่นอย่างไม่มีที่มาที่ไป อีกทั้งเป็นยาที่กระตุ้นทำให้ผู้เสพอยากบอกความในใจออกมาทุกอย่าง

ผู้เสพยาอีมักเสพยาตัวนี้เพื่อให้เกิดความรู้สึกทางเพศมากขึ้น รวมถึงทำให้รู้สึกมีกำลังวังชา ตื่นตัวขยันขันแข็งมากกว่าเดิม ผู้ที่กำลังเศร้า หรือเครียดยังมักเสพยาอีเพื่อให้ตนเองรู้สึกมีความสุข และสนุกสนานมากกว่าเดิมด้วย

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาอี

ยาอีจะออกฤทธิ์ส่งผลต่อสารเคมีในสมองภายใน 30 นาทีหลังเสพยา ผู้เสพจะรู้สึกเมายาไปเป็นระยะเวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง ซึ่งถึงแม้ยาอีจะออกฤทธิ์สร้างความสุข และทำให้เกิดกำลังวังชา แต่ก็ทำให้เกิดโทษมากมายต่อร่างกาย

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาอีจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ผลข้างเคียงระยะสั้น และผลข้างเคียงระยะยาว

ผลข้างเคียงระยะสั้นของยาอี

ยาอีจะส่งผลข้างเคียงต่อสารเคมี 2 ชนิดภายในสมอง ได้แก่ สารเซโรโทนิน (Serotonin) และสารนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ทำให้ผู้เสพรู้สึกเคลิบเคลิ้ม มีความสุข แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ไวต่อความรู้สึกเจ็บปวด และก้าวร้าวแพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ

ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!กด

Ads h 14

สำหรับผลข้างเคียงระยะสั้นของยาอีที่มีต่อร่างกาย ได้แก่

  • กัด หรือขบฟันบ่อยผิดปกติ
  • กล้ามเนื้อตึง และเกร็งกล้ามเนื้ออย่างควบคุมไม่ได้
  • คลื่นไส้
  • ตาลาย
  • การมองเห็นแย่ลง
  • วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นลม
  • รู้สึกหวาดระแวง วิตกกังวลหนัก
  • ความดันโลหิตสูง
  • จังหวะหัวใจเต้นผิดปกติ
  • อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น หรือเรียกว่า “ภาวะตัวร้อนเกิน (Hyperthermia)”
  • ปัสสาวะม่วง

ผลข้างเคียงระยะยาวของยาอี

ผลข้างเคียงระยะยาวจากการเสพยาอีนั้นมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยผู้เสพยาจะต้องการยาในปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อติดยา ซึ่งฤทธิ์ของยาอีจะส่งผลกระทบมากต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ความดันโลหิตสูง จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ และทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

นอกจากนี้การเสพยาอียังส่งผลการทำงานของระบบอื่นๆ ในร่างกายอีก เช่น

  • ความจำเสื่อม
  • นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • เกิดภาวะซึมเศร้า
  • คลุ้มคลั่ง ก้าวร้าวกว่าเดิม
  • เกิดอาการวิตกกังวล
  • ปวดศีรษะ
  • ทารกในครรภ์อาจมีอวัยวะผิดปกติ

ผู้เสพยาบางรายอาจมีอาการเมาค้างหลังจากยาหมดฤทธิ์แล้ว โดยจะมีอาการซึมเศร้า หดหู่ นอนไม่หลับ เจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร และสุดท้ายเมื่อเสพยาเกินขนาด ผู้เสพจะเกิดอาการประสาทหลอน ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะไตวาย มีอาการชัก และเสียชีวิตในที่สุด

ยาอีจัดเป็นยาเสพติดราคาแพง ผู้ผลิตยาจึงอาจผสมสารเสพติดชนิดอื่นๆ ลงไปในเม็ดยาเพื่อให้ยาราคาถูกมากขึ้น เช่น ยาเค เฮโรอีน ซึ่งจะยิ่งทำให้ฤทธิ์ยารุนแรง และเป็นอันตรายต่อร่างกายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

การบำบัดผู้เสพยาอี

การบำบัดยาเสพติดสำหรับผู้เสพติดยาอีมีหลายวิธี เช่นแพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ

ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!กด

  1. การบำบัดโดยการถอนพิษยา เป็นการบำบัดยาเสพติดในช่วงที่ผู้ป่วยเสพยาเกินขนาด หรือเมายาอย่างหนัก แพทย์จะมีการจ่ายยาเพื่อรักษาอาการที่เกิดจากการเสพยา เช่น อาการคลุ้มคลั่ง นอกจากนี้ยังอาจให้ผู้เสพอาบน้ำเย็นจัด ดื่มน้ำผลไม้ เพื่อให้รู้สึกสบายใจ และสบายตัวมากขึ้น
  2. การบำบัดโดยการรักษาอาการกระหายยา แพทย์จะจ่ายยากระตุ้นสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก ทำให้ผู้เสพอยากยาน้อยลง
  3. การบำบัดโดยการป้องกันการติดยาซ้ำ เป็นการบำบัดทางพฤติกรรม และให้คำแนะนำกับผู้ที่เสพติดยาอีไม่ให้กลับไปเสพยาอีก รวมถึงฝึกการรับมือสถานการณ์ที่เสี่ยงนำไปสู่การเสพยาอีกครั้ง
  4. การบำบัดโดยการรักษาโรคจิต เป็นการบำบัดสำหรับผู้เสพที่มีภาวะทางจิตเวชจนทำให้ติดยา เช่น ภาวะ หรือโรคซึมเศร้า
  5. การบำบัดโดยแก้ไขสิ่งแวดล้อม เป็นการบำบัดโดยต้องขอความร่วมมือคนใกล้ชิด และคนในครอบครัวผู้เสพ เพื่อให้สภาพแวดล้อมรอบตัวผู้เสพเกิดการเปลี่ยนแปลง รวมถึงฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้เสพไม่ให้อยากกลับไปเสพยาอีก

ยาอีกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์แต่อย่างใด และมีโทษร้ายแรงต่อร่างกาย ผู้ที่ครอบครองยาเสพติดประเภทนี้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากมีการผลิต นำเข้า ส่งออกเพื่อจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 1 จะต้องโทษถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงินสูงสุดถึง 5,000,000 บาท หรืออาจต้องโทษประหารชีวิต

ยาอีเป็นยาเสพติดที่ถูกผลิตขึ้นในห้องแล็ป หรือสถานที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งเป็นยาที่เรียกได้หลายชื่อ คุณจึงอาจถูกหลอกให้เสพยาโดยผู้ที่ชักชวนอาจเรียกชื่อยาอีเป็นยาชื่ออื่นที่ฟังดูน่าเชื่อถือก็ได้

ทางที่ดีหากมีใครชักชวนให้คุณเสพยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นชื่อใดก็ตาม ให้คุณหลีกเลี่ยงปฏิเสธโดยเด็ดขาด เพราะการทดลองเสพยาเพียงครั้งเดียว อาจนำไปสู่การติดยาซึ่งยากจะถอนตัว และทำให้คุณต้องทุกข์ทรมานกับสุขภาพที่ทรุดโทรมลง รวมถึงอาจต้องใช้เวลาอีกนานจึงจะเลิกยาสำเร็จได้

MDMA หรือยาอี ยาเสพติดมีฤทธิ์อันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย อาจเสียชีวิตได้ ไม่ควรทดลอง หรือเสพ

ป.ป.ส. เผยมีการลักลอบนำเข้ายาอีมากขึ้น ร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดกั้นยาอี

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2563 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียง ยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) ได้ร่วมกันสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำ “ยาอี” หรือ “เอ็กซ์ตาซี่” จากเยอรมันเข้าไทย โดยใช้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ จึงได้พิสูจน์และติดตาม จนพบพัสดุรวม 3 กล่อง บรรจุยาอีรวม 26,340 เม็ด จึงทำการตรวจยึดก่อนที่จะถูกกระจายไปยังแหล่งแพร่ระบาด และทำการขยายผลจับบุคคลที่มีส่วนร่วมทั้งชาวไทยและต่างชาติอีก 3 คนเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พยายามนำเข้ายาอี โดยใช้ระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์จากประเทศแถบยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดย 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถสกัดกั้นยาอีที่ถูกส่งมาจากประเทศแถบยุโรปรวม 10 ครั้ง คือ เยอรมันนี 2 ครั้ง เนเธอร์แลนด์ 2 ครั้ง ฝรั่งเศส 2 ครั้ง โปรตุเกส 2 ครั้ง เบลเยี่ยม 1 ครั้ง และสโลวาเกีย 1 ครั้ง รวมยึดยาอีทั้งสิ้น 100,257 เม็ด ทั้งนี้เนื่องจากยาอีเป็นยาเสพติดที่มีแหล่งผลิตในยุโรป โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ยาอี” จัดอยู่ในกลุ่มสารสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เหมือนยาบ้าและไอซ์ และเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีโทษทางกฎหมายค่อนข้างรุนแรง หากกระทำผิดในข้อหาลักลอบนำเข้า มีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หากจำหน่ายหรือครอบครองเพื่อจำหน่าย มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท
สำหรับการแพร่ระบาดยาอีในไทย กล่าวได้ว่ายังไม่แพร่หลายในวงกว้างมากเท่ากับยาบ้า เพราะปัจจัยด้านราคาและนิยมเสพกันเฉพาะในกลุ่มคนเที่ยวกลางคืนและมีฐานะการเงิน จึงระบาดอยู่ในสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากจะพบการลักลอบนำเข้าบ่อยครั้งขึ้น ยังมีแนวโน้มว่ามีผู้เสพติดยาอีเข้าบำบัดเพิ่มขึ้นด้วย และขอเตือนกลุ่มผู้ใช้ว่ายาอีเป็น ยาเสพติดอันตรายที่ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท มีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง และหากถ้าเสพเกินขนาดจะมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวในตอนท้ายว่า การดำเนินการภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่าน ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) จนส่งผลอย่างดียิ่งในการสกัดกั้นนี้ ไม่เฉพาะเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันของหน่วยงานความมั่นคงดังที่กล่าวมา แต่ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานปราบปราม ยาเสพติดในอาเซียน ซึ่งไทยถือเป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
ประการสำคัญ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาจะต้องลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้เน้นย้ำ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมทรัพยากรแก้ไขปัญหาในทุกมิติ และขอให้พยายามลดปัญหาให้ได้ในทุกวิถีทาง จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ทั้งนี้ประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ ซึ่งหากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

ยา party pills (ยาอี)

สาวไทย ค้ายาอี ในเกาหลี จำคุก 3 ปี

สำนักข่าว MBN News เผยเมื่อเวลา 15:38 น. วันนี้ (19 พ.ย.) คดีสาวไทยนำเข้า ยาอี เจอจำคุกเกาหลี 3 ปี

ผู้พิพากษา ปาร์คอีคยู (Park Yi-kyu) จากเขตชุนชอน, กังวอนโด พิพากษาให้จำคุก สาวไทยที่นำ ยาอี เข้ามาจำหน่าย เป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมค่าปรับ 2.28 ล้านวอน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน นางสาว เอ ใช้เงินจำนวน 700,000 วอน ซื้อยาอีจากสาวไทยคนหนึ่ง และเธอได้ลักลอบนำเข้า ยาอี 20 เม็ดเข้ามายังประเทศเกาหลี โดยเธอเดินทางมาจากไทยมายังสนามบินอินชอน

บ่ายวันต่อมา (13 ก.ย.) มีการซื้อขาย ยาอี บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตกังนัม กรุงโซล นางสาวเอ ได้ซื้อ ยาอี จากสาวไทยคนหนึ่งเพิ่มจำนวน 10 เม็ดในราคา 300,000 วอน

หลังจากนั้น นาวสาว เอ ได้ขาย ยาอี จำนวน 30 เม็อให้แก่ลูกค้าในราคา 2.1 ล้านวอน

ซึ่งนั่นถือเป็นการลักลอบนำเข้า ซื้อ และจัดจำหน่ายภายในประเทศอีกครั้ง

ผู้พิพากษา กล่าวว่า
“ยาเสพติดชนิดนี้ เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรง ทำให้ผู้เสพมีอาการเคลิบเคลิ้ม รู้สึกดี ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกทางเพศ อาการง่วง ความไวต่อความรู้สึกเจ็บปวด และความก้าวร้าว โดยตัวยาจะเพิ่มระดับอารมณ์ของผู้เสพ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สุข ทุกข์ หรือโกรธ นอกจากนี้ ยาอี อาจยังทำให้ผู้เสพรู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้น และอาจส่งผลต่อประสาทสัมผัสและระบบการรับรู้ของสมองอีกด้วย”

สาวไทยคนดังกล่าว กล่าวว่า “เธอถูกพิพากษาให้จำคุกในเกาหลีเป็นระยะเวลา 3 ปี เพราะ เธอมียาเสพติดในครอบครองมิใช่เพื่อเสพ แต่เพื่อการซื้อขายเท่านั้น”

นางสาว เอ ไม่ได้รู้สึกผิดต่อการลักลอบนำเข้ายาอีเพื่อการซื้อขายและจำหน่ายเลย อย่างไรก็ตามเธอก็ถูกพิพากษาให้จำคุกเกาหลีเป็นเวลา 3 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ระวัง ผงบ๊วยยาอี ยาเสพติดรูปแบบใหม่

มาเช็คกันก่อนที่จะแชร์ดีกว่า ยาเสพติดรูปแบบใหม่คล้ายผงบ๊วย ตกลงในไทยมีจริงไหม

ข้อมูลจากสำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ แจ้งว่าที่ประเทศไต้หวันพบสารเสพติดบรรจุอยู่ในถุงซิปล็อค ลักษณะเป็นผงสีชมพู คล้ายผงบ๊วย มีกลิ่นหวาน ไม่มีกลิ่นฉุน ใช้ผสมในเครื่องดื่มหรือมวนในบุหรี่  เมื่อนำไปทำการตรวจวิเคราะห์พบว่ามีสารประกอบหลักคือ MDMA ( 3,4 methylenedioxy methamphetamine ) หรือเรียกง่ายๆ ว่า ยาอี นั่นเอง 

แม้ว่า ณ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.พ. 2560) ยังไม่พบการขายยาเสพติดรูปแบบนี้ในประเทศไทย แต่ก็ควรระมัดระวังในการดื่มเครื่องดื่มหรืออาหารลักษณะคล้ายผงบ๊วยเจือปนไว้ด้วย 
หากพบเห็นยาเสพติดรูปแบบนี้สามารถแจ้งเบาะแสไปที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป                                                                             

รู้อย่างงี้ก็อย่าเพิ่งตกใจไป ก่อนจะแชร์อะไร มาเช็คให้ชัวร์กับ อย. กันก่อนดีกว่านะ                                                                      

เพจทนายฯ แฉ 6 ยาเสพติดตัวท็อปของวัยรุ่น ‘แมว-ยาเสียสาว’

ในโรงเรียนแพทย์อาจไม่มีสอนแต่หมอต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ หมอผู้ชายน่าจะพอรู้บ้างแต่แพทย์หญิง 99% ผมว่าไม่รู้ พ่อแม่เด็กก็ควรอ่านนะครับ

1. ยาอี หรือ ยาเลิฟ (Ecstasy)
นิยมมากที่สุดในหมู่วัยรุ่นที่จัดปาร์ตี้ส่วนตัวที่ห้อง ที่เที่ยวกลางคืน กลุ่มวัยรุ่นที่มีฐานะนิยมมาก พกพาสะดวก มีสองรูปแบบ แบบแรกเป็นเม็ดขอบเรียบหรือมีรอยขีดแต่อีกด้านนึงจะพิมพ์รูปดอกไม้ สัตว์ต่างๆ หรือ ตัวอักษร เรียกว่า “Kitty” หรือ “Kitty Flipping” อีกรูปแบบจะเป็นผงเรียกว่า “Molly” ซึ่งนิยมน้อยกว่า วัยรุ่นจะเข้าใจเอาเองว่าปลอดภัยกว่า ยาบ้าหรือไอซ์ แต่หารู้ไม่ว่าออกฤทธิ์รุนแรงกว่าด้วยซ้ำไป กินง่าย ราคาไม่แรง วัยรุ่นจะบอกต่อกันมาว่าให้จัดคนละหนึ่งเม็ดไม่เกินนี้ มากกว่านี้อาจเสียชีวิต ไม่นิยมเอาไปผสมเหล้า วัยรุ่นเรียกว่า “หนม” ยาจะออกฤทธิ์ภายใน 30-45 นาที ทำให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม ล่องลอย แต่ไม่หัวเราะ กระตุ้นความไวต่อการสัมผัสและอารมณ์ทางเพศ อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ร้อนง่าย มีโอกาสเกิดภาวะ Hyperthermia กระตุ้นให้เกิดภาวะขาดน้ำ คอแห้ง ยาออกฤทธิ์ยาวนาน 3-6 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับการมีความสุขตลอดคืน
ยาเป็นอนุพันธ์ของ ยาบ้า 3,4 methylenedioxy methamphetamine (MDMA) หรือ 3,4-Methylenedioxy amphetamine (MDA) จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ออกฤทธิ์ทั้งกระตุ้นและหลอนประสาทในเวลาเดียวกัน กระตุ้นการหลั่ง NE, Dopamine และ Serotonin ใน CNS และ ANS มีผลทั้ง Hyper- และ Hypotensive effect, vasoconstriction ในระดับยาที่สูงสามารถทำให้เกิด coronary vasospasm, myocardial ischemia (demand-supply mismatch) และ arrhythmia แม้ในคนปกติที่ไม่มีโรคหัวใจ

2. ยาเค หรือ ยามอมสาว (Ketamine)
นี่คือยายอดฮิตในการมอมสาว วัยรุ่นเรียกว่า “เค” “น้ำ” “ตบแป้ง” ผลิตออกมาในรูปของผงสีขาว ใช้สูดดม หรือ รูปน้ำ ฉีดเข้าเส้นเลือด ทั้งผงและน้ำสามารถเอามาผสมในเครื่องดื่ม สาวๆเวลาไปเที่ยวกลางคืนต้องระวังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อาจต้องถือเครื่องดื่มไว้กับตัวตลอดเวลา ถ้าผู้ชายจะลากเราไปฟันจะผสมเคตอนที่เราเผลอ แตกต่างจากยาอี เคจะออกฤทธิ์เร็วมาก ผู้เสพจะเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่าง เกิดภาพฝัน หลอน ล่องลอยในอากาศ ร่างกายขยับไม่ได้ตามสมองสั่ง ไม่สามารถขัดขืนได้ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าโดนผู้ชายอุ้มออกมา อยากจะตะโกนให้คนช่วยก็ทำไม่ได้ ยาออกฤทธิ์เร็ว แต่อยู่ได้ไม่นานไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็หมดฤทธิ์ แต่กว่าจะฟื้นอาการต้องรอนานถึง 24 ชั่วโมง ที่สำคัญจะทำให้สูญเสียความทรงจำระยะสั้นไป ช่วงที่โดนยาจนตื่นอาจจะเลือนรางจำเหตุการณ์ไม่ได้ทั้งหมด ไม่ทำให้ปาร์ตี้สนุกเหมือนยาอี จึงนิยมใช้เพื่อมอมสาวไปฟัน

Ketamine เป็นยาสลบที่ใช้ในทางการแพทย์ก่อนผ่าตัด รูปแบบยาจริงเป็นของเหลว จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 กลุ่มที่ลักลอบเอา Ketamine มาใช้อาจทำให้ระเหยและเปลี่ยนยาเป็นรูปผง Ketamine กระตุ้น [Ca] influx เป็น direct myocardial stimulant ให้ผลทั้ง positive inotropic และ chronotropic effect กระตุ้นให้เกิด arrhythmia ได้โดยเฉพาะกลไกที่เป็น cAMP-mediated ทั้งหมด ดึง BP ให้สูงขึ้นได้มากๆ

3. แมว (Alprazolam)
เป็นยาที่หาซื้อได้ใน social network ราคาถูกที่สุดในทุกกลุ่ม วัยรุ่นเรียกว่า “เม็ดม่วง” หรือที่บางคนเรียกว่า “ยาเสียตัว” เม็ดเรียกว่า “ตัว” กินเรียกว่า “ตบ” อาการหลังกินวัยรุ่นเรียกว่า “เมาแมว” Alprazolam เป็นยานอนหลับที่ออกฤทธิ์รุนแรง ใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการวิตกกังวลและช่วยให้นอนหลับ ลักษณะเป็นเม็ด นิยมผสมกินร่วมกับเหล้าเบียร์ ออกฤทธิ์ช้ากว่าเค แต่ฤทธิ์คงอยู่นานกว่า สามารถทำให้เสียความทรงจำได้เช่นเดียวกับเค หลังกินจะมีอาการง่วงซึม มึนงง สะลึมสะลือ ขาดสติ สูญเสียการทรงตัวและสูญเสียความทรงจำ สำหรับผู้ชายที่ลากสาวไปขืนใจ แมวจะต่างจากเค ตรงที่แมวจะหลับหรือหมดสติต่างจากเคที่ยังพอรู้ตัวและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ แต่แมวราคาถูกกว่าหาซื้อได้ง่ายกว่า จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2